K. Samphan

Archive for June 2016

หลังยี่สิบแปด

leave a comment »

ผมเขียนบทความลงในคอลัมน์ ‘His Voice’ ครั้งแรกตอนที่มีอายุ 28 ปี

ประโยคหนึ่งในบทความชิ้นนั้น ผมเขียนไว้ว่า

‘หมุดหมายในปีที่ 29 จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอีกห้วงจังหวะหนึ่งของชีวิต’

จนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วเกือบ 6 ปี เมื่อย้อนกลับมาอ่านประโยคดังกล่าวอีกครั้ง ผมก็ถามตัวเองว่า หลังจากปีที่ 29 มีปีใดอีกบ้างที่ผมบอกตัวเองว่ามัน ‘น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอีกห้วงจังหวะหนึ่งของชีวิต’

คำตอบก็คือ ‘ไม่มี’

ไม่ได้เป็นเพราะช่วงชีวิตเกือบ 6 ปีมันย่ำแย่เหลวแหลกอะไรหรอกครับ แต่เป็นเพราะเมื่อจำนวนปีของอายุมันบวกรวมมากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกว่าความหมายของ ‘หมุดหมาย’ ต่างๆ ในชีวิตนั้นมันคลี่คลายเปลี่ยนแปลงไป จนบางทีก็คิดไปว่าจะกำหนด ‘หมุดหมาย’ ของชีวิตไปเพื่ออะไร

หลังจากมีอายุครบ 29 ปีได้ไม่นาน ผมก็ไม่คิดอยากจะทำงานที่ทำมาเกือบ 8 ปีอีกต่อไป และเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ผมก็เปลี่ยนที่ทำงานมาแล้ว 3 แห่ง จนกระทั่งปลดสถานะมนุษย์เงินเดือนออกจากชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

วันที่ผมเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ ความท้าทายหนึ่งเดียวในชีวิตก็คือการดำเนินชีวิตต่อไปภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า ‘หมุดหมาย’ ต่างๆ มันดูไร้ความหมาย กระทั่งอาจไม่จำเป็นต้องมีมันในชีวิตก็ได้

หลายครั้งหลายคราว ในห้วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ให้คุณค่าเห็นความสำคัญ ผมเลือกที่จะนั่งอยู่คนเดียวภายในห้อง บางคืนผมนั่งทำงานที่ยังคั่งค้าง บางคืนผมนั่งกินเบียร์เคล้าคลอเสียงดนตรีหรือเสียงระเบิดของดอกไม้ไฟที่แว่วดังอยู่ในระยะไกล และบางคืนผมก็ยังคงหมดสภาพจากงานสังสรรค์ในคืนก่อนหน้า

ผมล้มตัวนอนเมื่อง่วงงุน ก่อนจะลืมตามาพบกับวันใหม่ที่อะไรๆ ก็อาจจะต่างหรือไม่ต่างจากเมื่อวาน

ความรู้สึกอยากเฉลิมฉลองให้กับอะไรหลายอย่างจางหายไป ความแตกต่างระหว่างวันสิ้นปีกับวันขึ้นปีใหม่ไม่เหลืออยู่ กระทั่งวันที่ตัวเลขอายุมากขึ้นก็แทบไม่มีความหมาย

เมื่อเกือบ 6 ปีก่อน ผมแอบสังหรณ์ใจว่า ‘หรือความจริงแล้ว เสน่ห์ของชีวิตนับจากนี้เป็นต้นไปมันจะค่อยๆ ซีดจางลง’ แต่ ณ วันนี้ ผมกลับรู้สึกว่าไม่ว่าจะกี่เดือนหรือกี่ปี ชีวิตมันก็ยังคงเป็นชีวิต จะมีหรือไม่มีเสน่ห์ มันเป็นเรื่องของคนเราที่ไปปรุงแต่งสมมติกันเองว่ามันจัดจ้านหรือจืดชืด แล้วก็หดหู่ซึมเศร้าหรือหลงระเริงไปกับมัน

แต่พูดก็พูดเถอะ หลังจากผ่านชีวิตมา 28 ปี มีอย่างน้อย 4 ครั้งที่ผมรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองมันช่างจืดชืดไร้สีสัน และชีวิตการทำงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ นั้นมันไม่ต่างจากการต้องคำสาป จนกระทั่งต้องถามตัวเองอย่างจริงจังว่า ‘จะเอายังไงกับชีวิต?’

ผมไม่รู้ว่า 33 ปีที่ผ่านมา ตัวเองตัดสินใจถูกหรือตัดสินใจผิดกี่ครั้งกี่หน กระทั่งไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันว่า ‘การตัดสินใจที่ถูกต้อง’ หรือ ‘การตัดสินใจที่ผิดพลาด’ ได้หรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว หลังจากการตัดสินใจแต่ละครั้ง สิ่งที่ผมตระหนักก็คือ ผมได้ระบุ ‘หมุดหมาย’ ลงในเส้นทางชีวิตของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

‘หลังยี่สิบแปด’ ผมค้นพบว่า ‘จุดสุดท้าย’ ก็กลายเป็น ‘หมุดหมาย’ ไม่ต่างจาก ‘จุดเริ่มต้น’

และคำถามที่ว่า ‘จะเอายังไงกับชีวิต?’ ก็จะยังคงแวะเวียนมาทักทายผมต่อไป

ดังนั้น ไม่ว่าชีวิต ‘หลังยี่สิบแปด’ จะจัดจ้านหรือจืดชืดเพียงใด ผมก็คงหยุดอายุไว้ที่ 28 ปี เหมือนกับที่อาว์ปุ๊—’รงค์ วงษ์สวรรค์ ประกาศไว้ไม่ได้

สำหรับผม สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ระบุ ‘หมุดหมาย’ ลงในเส้นทางชีวิตต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใครบางคนจะระบุ ‘หมุดหมายสุดท้าย’ ลงในเส้นทางชีวิตของเรา

คอลัมน์ ‘His Voice’, IMAGE ปีที่ 29 ฉบับที่ 4 (เมษายน 2559)

Advertisements

Written by ksamphan

June 1, 2016 at 7:47 am

Posted in อื่นๆ