K. Samphan

หยุดที่ยี่สิบแปด

leave a comment »

ค่ำคืนวันศุกร์ การจราจรบนถนนประชาชื่นยังคงใช้การได้ดี ผมนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ เสียบหูฟังเข้ากับหูสองข้าง รับฟังการอ่านคำพิพากษาขององค์คณะคดียึดทรัพย์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากเปิดเสียงของลำโพงในสำนักงานเพื่อติดตามฟังการอ่านคำพิพากษามาตั้งแต่ช่วงบ่าย

ไม่ต่างจากในเกือบทุกค่ำคืนของวันสุดสัปดาห์ คืนนี้ผมมีนัดกับเพื่อนคนหนึ่งที่ดื่มกินด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน เขาทำงานในบริษัทเอกชนที่ต้องแบกรับความกดดันมากกว่าผมหลายเท่า และทางออกหนึ่งที่เงื่อนไขของชีวิตและสังคมอนุญาตก็คือการตระเวนไปในแสงสีของค่ำคืน

ตามแรงโน้มถ่วงของความกดดัน รายได้ของผมในแต่ละเดือนน้อยกว่าของเขาหลายเท่า และดูเหมือนว่ายิ่งอายุการทำงานมากขึ้น เขาก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดที่หมดไปในแต่ละคืน

ผมลำบากใจในช่วงแรกๆ แต่ต่อมาก็ต้องทำใจยอมรับ และควักกระเป๋าในจำนวนที่สถานการณ์ทางการเงินของตัวเองเอื้ออำนวย

ในวัยนี้ เพื่อนบอกว่าต่อไปคงต้องลดปริมาณการใช้ชีวิตยามค่ำคืนลง เนื่องจากเขาวางแผนจะกู้เงินมาซื้อที่พักอาศัยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า และเตรียมลงหลักปักฐานกับแฟนสาวที่คบหากันมานานหลายปี

ผมดีใจกับเพื่อน (และตัวเอง) ที่จะได้ทำร้ายตัวเองน้อยลง และใช้เงินไปในทางที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากขึ้น

ในขณะที่เพื่อนเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตในอีกช่วงจังหวะหนึ่ง ผมกลับยังไม่มีการเตรียมพร้อมใดๆ และ (คิดว่าตัวเอง) เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมนักเขียนท่านหนึ่งจึงบอกว่า ในหนังสืองานศพของท่าน จะต้องระบุไว้ให้ชัดเจนว่าท่านเสียชีวิตเมื่ออายุ 28 ปี

ไม่ถึงกับเฝ้ารอ แต่ก่อนหน้านี้ผมพยายามเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลานี้ของชีวิตอย่างพินิจพิเคราะห์

สถานการณ์ทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจภายในประเทศ การก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกของจีน หรือการละลายของแผ่นน้ำแข็งในทะเลอาร์กติก หลายปีที่ผ่านมา ผมพยายามติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับประเทศและระดับโลกดังกล่าว โดยผสานกับการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง รวมถึงผู้คนและสังคมรอบตัว

บทสนทนากับคนแปลกหน้าและคุ้นเคย ความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม หนังสือทั้งที่จำเป็นต้องอ่านและที่อยากอ่าน ภาพยนตร์ ดนตรี สถานการณ์ขณะมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย กระทั่งอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

ไม่อาจกล่าวได้ว่ามีสติรู้ตัวในทุกห้วงขณะ แต่ผมพยายามจดจ่ออยู่กับห้วงปัจจุบันอย่างใกล้ชิดที่สุด

ผมคิดว่าตัวเองทำได้ดีในระดับหนึ่ง และแน่ใจว่ามีต้นทุนที่มีคุณภาพดีพอสำหรับชีวิตในปีที่ 29

ไม่ได้เข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงเรื่องราวความสุขความทุกข์ของโลกและชีวิต แต่ก็มีประสบการณ์และพละกำลังเพียงพอสำหรับรับมือกับสิ่งที่กำลังจะผ่านเข้ามา ขณะเดียวกันก็ละวางถอดถอนจากบางสิ่งบางอย่างได้ง่ายขึ้น

นี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการมีอายุ 28 ปี คือโง่และฉลาดพอประมาณ

หมุดหมายในปีที่ 29 จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอีกห้วงจังหวะหนึ่งของชีวิต

แต่เมื่อนึกถึงเพื่อนที่กำลังจะออกไปหาความสำราญแบบมนุษย์ปุถุชนในคืนนี้ด้วยกัน ผมก็แอบสังหรณ์ใจว่า หรือความจริงแล้ว เสน่ห์ของชีวิตนับจากนี้เป็นต้นไปมันจะค่อยๆ ซีดจางลง

จนอาว์ปุ๊—’รงค์ วงษ์สวรรค์ ต้องประกาศว่าขอหยุดอายุไว้ที่ 28 ขวบปี

Advertisements

Written by ksamphan

February 5, 2016 at 7:40 am

Posted in อื่นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: