K. Samphan

31 วัน ใต้ผืนน้ำ

leave a comment »

ฟาเบียง กูสตู มองโลกใต้ทะเลผ่านหน้าต่างของอแควเรียส

ฟาเบียง กูสตู มองโลกใต้ทะเลผ่านหน้าต่างของอแควเรียส

เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ฌากส์ กูสตู (Jacques Cousteau) และนักสำรวจใต้ทะเลอีก 6 คน ใช้ชีวิต 30 วันร่วมกันในทะเลแดง เพื่อทำการศึกษาสภาพแวดล้อมใต้ผืนน้ำ

นักสำรวจใต้ทะเลชาวฝรั่งเศสผู้นี้หลงใหลมหาสมุทรเป็นอย่างมาก และเขาต้องการให้ผู้คนบนโลกเห็นความสำคัญของมัน

อย่างไรก็ตาม แม้ฌากส์จะพยายามกรุยทางสำหรับการศึกษาวิจัยสภาพแวดล้อมใต้ทะเล แต่ 50 ปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ใต้ท้องทะเลเพียงแค่ร้อยละ 5 ที่ได้รับการสำรวจจากมนุษย์ และฌากส์กับเพื่อนร่วมงานของเขา ก็ยังคงเป็นนักวิทยาศาสตร์เพียงกลุ่มเดียว ที่ลงไปใช้ชีวิตอยู่ใต้ผืนน้ำเป็นเวลายาวนานขนาดนั้น

การเดินตามรอยเท้าของปู่ เป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของ ฟาเบียง กูสตู (Fabien Cousteau) และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลอีกมากกว่า 30 ชีวิต ก็สานต่อความหลงใหลของฌากส์ ด้วยการเริ่มต้น ‘ภารกิจ 31 วัน’ ในมหาสมุทรแอตแลนติก

‘อแควเรียส’ (Aquarius) คือห้องทดลองใต้ทะเลเพียงแห่งเดียวที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ได้ มันอยู่ห่างจากชายฝั่งของหมู่เกาะฟลอริดา คีย์ส (Florida Keys) 9 ไมล์ทะเล และอยู่ห่างจากผิวน้ำ 19 เมตร

ที่นี่มีพื้นที่ 37 ตารางเมตร มันประกอบด้วยที่นอน 6 ที่ ห้องครัว และห้องน้ำ รวมทั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีทีมงานบนชายฝั่งคอยเฝ้าติดตามตลอดเวลา

ภารกิจของฟาเบียงและเพื่อนร่วมทีมนั้นไม่แตกต่างจากสิ่งที่ ฌากส์ กูสตู เคยทำ แต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันมีโอกาสที่ดีกว่า

ทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์มีคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูล มีเซ็นเซอร์ขนาดเท่าเส้นผมของมนุษย์ และมีกล้องถ่ายภาพความเร็วสูง ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็นภาพที่สายตาของมนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้  อีกทั้งอุปกรณ์หายใจใต้น้ำที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ก็ช่วยให้การศึกษาวิจัยทางทะเลเกิดขึ้นได้ทั่วโลก

‘ภารกิจ 31 วัน’ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม  แน่นอนว่าระยะเวลา 31 วันใต้ผิวน้ำ คือหนึ่งในความสำเร็จของภารกิจนี้ แต่สำหรับฟาเบียงและทีมงาน ข้อมูลที่พวกเขาได้รับนั้นมีคุณค่ามากกว่า

ตลอดระยะเวลา 31 วันใต้ผิวน้ำ ทำให้นักวิทยาศาสตร์รวบรวมข้อมูลได้เทียบเท่ากับการทำงานแบบปกติเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางระหว่างพื้นดินและมหาสมุทร อีกทั้งอากาศในถังดำน้ำก็ไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป

ขุมทรัพย์ของพวกเขาคือข้อมูลขนาด 12 เทระไบต์ (หรือเทียบเท่าความจุของไอแพดประมาณ 750 เครื่อง) ซึ่งมากพอที่จะทำให้พวกเขาเขียนงานวิจัยได้ประมาณ 10 ชิ้น ในเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของเหยื่อและนักล่า ผลกระทบของสารอาหารบางอย่างต่อปะการัง ผลจากการรั่วไหลของน้ำมัน และอื่นๆ อีกมากมาย อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาวิจัยทางทะเล

ในอนาคต อแควเรียสจะยังคงเป็นบ้านใต้ทะเลของนักวิทยาศาสตร์ต่อไป  และเร็วๆ นี้ นาซาจะใช้ที่นี่เป็นสถานที่ศึกษาปฏิกิริยาของมนุษย์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมอ้างว้างโดดเดี่ยว

แต่สำหรับ ฟาเบียง กูสตู เขาหวังว่าอแควเรียสจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ภารกิจ 32 วัน’ ในอีกไม่นาน

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 9 (กันยายน 2557)

Advertisements

Written by ksamphan

October 7, 2014 at 3:14 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: