K. Samphan

รถยนต์ ความใฝ่ฝัน และหายนะ

leave a comment »

เดือนสิงหาคม 2010 รถยนต์หลายพันคันแทบจะหยุดนิ่งอยู่บนทางหลวงสาย G110 (ปักกิ่ง-หยินช้วน) และเส้นทางต่อเชื่อมอีกหลายสาย ในครั้งนั้น มีรถยนต์ติดอยู่บนถนนเป็นระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร และมีรายงานว่าผู้ขับขี่บางคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในรถ (และบนถนน) เป็นเวลา 5 วัน

เดือนสิงหาคม 2010 รถยนต์หลายพันคันแทบจะหยุดนิ่งอยู่บนทางหลวงสาย G110 (ปักกิ่ง-หยินช้วน) และเส้นทางต่อเชื่อมอีกหลายสาย ในครั้งนั้น มีรถยนต์ติดอยู่บนถนนเป็นระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร และมีรายงานว่าผู้ขับขี่บางคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในรถ (และบนถนน) เป็นเวลา 5 วัน

สำหรับหนุ่มสาวชาวจีน รถยนต์หมายถึงการเป็นอิสระจากความแออัดยัดเยียด มลภาวะ และเสียงอึกทึกครึกโครมในเมืองใหญ่

5 ปีที่ผ่านมา หลิน หยาง (Lin Yang) นักวิจัยวัย 35 ปี ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง เธอท่องไปยังเทือกเขาฉางไป๋ (Changbai) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือใกล้กับพรมแดนเกาหลีเหนือ และมุ่งหน้าไปยังเมืองเก่าแก่ติดกับพรมแดนปากีสถานในทิศทางตรงกันข้าม

ขณะที่ขับรถออกจากปักกิ่ง เธอรู้สึกได้ว่าความตึงเครียดในชีวิตประจำวันดูเหมือนจะจางหายไปชั่วขณะ

“ฉันพบว่ารถยนต์พาฉันไปที่ใดก็ได้ มันเป็นโอกาสที่ไม่มีวันจบสิ้น”

ในแต่ละปี ชาวจีนหลายล้านคนมีโอกาสได้สัมผัสกับประสบการณ์เดียวกันกับ หลิน หยาง เป็นครั้งแรกในชีวิต  สำหรับพวกเขา ความรักความผูกพันกับรถยนต์เป็นสิ่งแปลกใหม่น่าตื่นเต้นที่มาพร้อมกับความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ

เมื่อ 20 ปีก่อน ความใฝ่ฝันของชาวจีนโดยทั่วไปคือการมีจักรยานเก่าๆ สักคันสำหรับใช้สัญจรในเมืองใหญ่ แต่ทุกวันนี้ ด้วยรายได้ที่มากขึ้น รถยนต์จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ที่มั่งคั่ง

มันถูกใช้เป็นมาตรวัดสถานะ และเป็นการแสดงตัวตนของปัจเจกชนในโลกยุคใหม่

“สำหรับชาวจีน รถยนต์มีความหมายอย่างมาก” วิลเลียม บิน หลี (William Bin Li) ซีอีโอของบิตออโต (Bitauto) บริษัทที่ให้บริการด้านการตลาดในอินเทอร์เน็ตกับอุตสาหกรรมรถยนต์ในจีน ให้ความเห็น “มันเป็นสิ่งที่ยืนยันความสำเร็จ และมันเป็นสิ่งที่ยืนยันคุณค่าของคุณ”

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เกษตรกร นักศึกษา หรือมนุษย์เงินเดือนวัยกลางคน ต้องการมีรถยนต์ในครอบครอง

ทุกวันนี้ ชาวจีนซื้อรถยนต์มากที่สุดในโลก โดยในปี 2013 ยอดขายรถยนต์ส่วนบุคคลและรถบรรทุกขนาดเล็กในจีนสูงถึงเกือบ 22 ล้านคัน หรือประมาณหนึ่งในสี่ของยอดขายทั่วโลก

สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ชาวจีนจึงเป็นลูกค้าที่ดีที่สุดในเวลานี้ และจีนก็คือตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทศวรรษก่อนหน้านี้ ทางหลวงในจีนมีความยาวน้อยกว่าในปัจจุบันถึง 3.5 เท่า (ในปี 2013 ทางหลวงในจีนมีความยาว 104,468 กิโลเมตร) และแนวทางการพัฒนาประเทศก็ทำให้รถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตชาวจีนในเมืองใหญ่ เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะยังไม่เพียงพอและขาดการวางแผนที่ดี

ทุกวันนี้ อัตราส่วนระหว่างรถยนต์กับประชากรชาวจีนคือหนึ่งต่อสิบ ถ้าหากอัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกันกับสหรัฐฯ (สองต่อสาม) นั่นก็หมายความว่าจะมีรถยนต์ประมาณ 700 ล้านคันอยู่บนท้องถนน

นี่เป็นปริมาณรถยนต์มหาศาลที่ยังไม่มีประเทศใดในโลกเคยมีประสบการณ์มาก่อน และมันจะนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาสังคมที่มากมายมหาศาลยิ่งกว่า หรืออาจกล่าวได้ว่ามันคือ ‘หายนะ’

ปัจจุบัน ถนนหนทางในจีนนั้นสับสนยุ่งเหยิงและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และพฤติกรรมการขับรถของผู้คนก็ทำให้ทุกชีวิตบนท้องถนนต้องแบกรับความเสี่ยงเกินความจำเป็น

องค์การอนามัยโลกประมาณการว่าในปี 2010 มีชาวจีนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่า 275,000 คน ซึ่งมากกว่าทุกประเทศในโลก และปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ก็ทำให้ดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาการจราจรจะไม่มีทางเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งนักขับหน้าใหม่ได้ เนื่องจากผู้คนพอใจที่จะนั่งในรถส่วนตัวบนถนนอันคับคั่ง มากกว่าการแออัดยัดเยียดอยู่ในรถไฟใต้ดินและรถโดยสาร

และสำหรับชาวจีนรุ่นใหม่ การมีรถยนต์ คือการบอกกล่าวกับผู้อื่นว่าพวกเขาเป็นใคร

รัฐบาลจีนมีงานต้องทำมากมาย เพื่อฟาดฟันกับปัญหาบนท้องถนน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้กับความหวังและความปรารถนาของประชากรชาวจีน 1,300 ล้านคน

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 (มิถุนายน 2557)

Advertisements

Written by ksamphan

July 4, 2014 at 9:01 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: