K. Samphan

โมงยามที่ไร้ซึ่งความทรงจำ

leave a comment »

1 Alzheimerมองจากภายนอก โฮจี (Hogewey) ไม่แตกต่างจากบ้านพักคนชราทั่วไป มันตั้งอยู่ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัม 16 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ซึ่งผู้คน 152 ชีวิตจะใช้เป็นแหล่งพักพิงสุดท้าย

ทั้ง 152 ชีวิตที่โฮจีคือผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมขั้นร้ายแรง เซลล์สมองของพวกเขาและเธอถูกทำลาย มันขโมยความทรงจำและกระบวนการรับรู้อื่นๆ ก่อนที่มันจะยุติลมหายใจของคนเหล่านี้

นี่เป็นการจบชีวิตที่โหดร้าย และมันก็เป็นโมงยามสุดท้ายของชีวิตซึ่งกำลังเป็นที่คุ้นชินมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้คนบนโลกใบนี้

ในแต่ละปี ผู้คน 7.7 ล้านคนบนโลกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อม (หมวดหมู่ที่รวมถึงโรคอัลไซเมอร์) และตัวเลขนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุขัยที่มากขึ้นของประชากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างจีนและอินเดีย

และภายในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่าผู้คน 135 ล้านคนจะเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายชนิดนี้

สำหรับชาวอเมริกัน อัลไซเมอร์คือสาเหตุการตายอันดับที่ 6  และ 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เสียชีวิตจาก (หรือบางรูปแบบของ) โรคสมองเสื่อม

แม้ว่าทั่วทั้งโลกจะใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สำหรับการศึกษาวิจัย แต่การรักษาโรคสมองเสื่อมก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จ

รัฐบาล อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ และครอบครัวของผู้ป่วย จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการค้นหาแนวทางที่ทำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคร้ายได้อย่างราบรื่นที่สุด

โรคสมองเสื่อมคือปัญหาใหญ่ของทั้งโลก และทุกคนก็กำลังค้นหาหนทางแก้ปัญหา  สำหรับโฮจี แนวทางของที่นี่ก็คือการทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตธรรมดาสามัญที่สุด

“โรคอัลไซเมอร์ไม่ต่างจากโรคมะเร็งหรือโรคพาร์กินสัน” เจไซน์ มาร์ควาดต์ (Gesine Marquardt) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดรสเดนให้ความเห็น “หนทางการรักษาอาจใช้เวลาอีกหลายปี และในระหว่างนั้น เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพชีวิต”

ในยุโรป แนวทางการดูแลผู้ป่วยในลักษณะดังกล่าวกำลังเริ่มต้น โครงการสร้างสรรค์อย่างโฮจีคือความพยายามแรกเริ่มของภูมิภาค สำหรับการค้นหาหนทางที่ทำให้ประชากรสูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ แม้สมองของพวกเขาและเธอจะถูกทำลาย

แม้หลายประเทศในยุโรปจะเผชิญกับปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดแคลนงบประมาณ แต่ผู้กำหนดนโยบาย แพทย์โรคชรา สถาปนิก นักผังเมือง และนักออกแบบ ก็ยังคงควานหาทรัพยากรและความพยายามในการทำให้สังคมยุโรปเหมาะสำหรับการเป็นที่พักอาศัยของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม

ความพยายามดังกล่าวทำให้เกิดสถานที่ดูแลผู้ป่วยรูปแบบใหม่อย่างโฮจี ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ เช่น ชั้นล่างที่ว่างโล่ง และสัญลักษณ์บอกการใช้งานของแต่ละห้อง  ขณะที่ความเล็กของสถานที่ก็ช่วยให้ผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมมากขึ้น อย่างการทำอาหารและการเดินเล่น ซึ่งแตกต่างจากสถานที่ขนาดใหญ่ที่ผู้ป่วยเป็นเพียงคนที่ต้องได้รับการดูแล

ทุกวันนี้ ผู้ป่วยที่โฮจีใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน 6-7 คนในอพาร์ตเมนต์ที่มีกระดาษบุผนังเป็นรูปดอกไม้หลากสี และไม่มีใครต้องล้มหมอนนอนเสื่อ โดยผู้ป่วยแต่ละคนยังคงมีส่วนร่วมกับภารกิจประจำวันอย่างการซื้อของและการทำอาหาร และที่นี่จะจัดแบ่งผู้พักอาศัยโดยดูจากวิถีชีวิตก่อนที่จะกลายเป็นผู้ป่วย แทนที่จะจัดแบ่งโดยระดับของการไร้ความสามารถแบบที่อื่นๆ

โฮจีเปลี่ยนจากสถานพยาบาลมาเป็น ‘บ้าน’ ของผู้ป่วยเมื่อปี 2009 และข้อมูลล่าสุดก็บ่งชี้ว่าผู้ป่วยที่นี่มีแนวโน้มที่จะมีชีวิตยืนยาวกว่าผู้ป่วยในที่อื่นๆ แม้ว่าพวกเขาหรือเธอจะเข้ามา ‘อยู่’ ที่นี่พร้อมกับโรคสมองเสื่อมขั้นร้ายแรงก็ตาม

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2557)

Advertisements

Written by ksamphan

May 26, 2014 at 8:43 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: