K. Samphan

โครงการสังคมสงเคราะห์ของอินเดีย

leave a comment »

1 Food Security-Indiaหลายสิบปีมาแล้วที่รัฐบาลอินเดียดำเนินโครงการข้าวราคาถูกสำหรับชาวอินเดียที่ยากจนหลายล้านคน แต่โครงการที่ถือเป็นก้าวสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว นั่นก็คือการออกพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านอาหารแห่งชาติ (National Food Security Act) ซึ่งเป็นหลักประกันว่าชาวอินเดียประมาณร้อยละ 70 จะมีข้าวบริโภคอย่างเพียงพอ และมันคือโครงการด้านสวัสดิการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดโครงการหนึ่งของโลก

ณ เวลานี้ โครงการดังกล่าวทำให้ชาวอินเดียมากกว่า 800 ล้านคนมีข้าวบริโภคอย่างน้อย 5 กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งในบางด้าน โครงการนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ

ผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2011-12 ชาวอินเดียมากกว่า 500 ล้านคนได้รับข้าวจากโครงการดังกล่าว 51.3 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ได้รับโดยตรงในปี 2011 จากโครงการอาหารโลก (World Food Programme) เกินกว่า 10 เท่า

ส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้เป็นไปได้ ก็เพราะเกือบตลอด 25 ปีที่ผ่านมา อินเดียผลิตข้าวได้มากกว่าความต้องการภายในประเทศ และในปีงบประมาณ 2012-13 อินเดียก็ส่งออกธัญพืชได้ถึง 22 ล้านตัน  นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2014-15 อินเดียยังมีแผนการส่งมอบความช่วยเหลือด้านอาหารให้กับเยเมนและอัฟกานิสถานจำนวน 26.2 ล้านตัน (แม้ว่ายังมีชาวอินเดียมากกว่าร้อยละ 17 ที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอ และมีเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบร้อยละ 40 ที่มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน)

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับโครงการนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาลถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2013-14 (ประมาณร้อยละ 1.35 ของจีดีพี)  แม้ว่ามันจะเพิ่มขึ้นไม่มากจากเงินทั้งหมดที่รัฐบาลอินเดียเคยใช้จ่ายไปกับโครงการด้านอาหาร แต่ผู้คนจำนวนหนึ่งกังวลว่ามันจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มอบหมายให้แต่ละรัฐเป็นผู้ดำเนินโครงการ ความคุ้มค่าของงบประมาณจึงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแต่ละรัฐ โดยในปี 2005 รัฐบาลอินเดียประมาณการว่าข้าวประมาณร้อยละ 60 ไปไม่ถึงมือประชาชน เนื่องจากมันถูกขโมย การคอร์รัปชัน และความยุ่งยากในการระบุตัวตนของผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือ

โครงการข้าวราคาถูกทำให้เกิดคำถาม (สำหรับอินเดียและประเทศอื่นๆ) ตามมาว่ารัฐควรทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือรัฐควรใช้เงินกับโครงการที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ไมเคิล ชูแมน (Michael Schuman) ผู้สื่อข่าวที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของเอเชีย เห็นว่าโครงการนี้คือความความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของรัฐบาลอินเดีย เขาระบุว่าโครงการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านักการเมืองชาวอินเดียได้เรียนรู้การแก้ปัญหาความยากจนมาน้อยนิดเพียงใด ยังไม่ต้องเอ่ยถึงการละเลยเพิกเฉยที่มาของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชีย แม้กระทั่งเส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศของพวกเขาเอง

ชูแมนระบุว่า รัฐบาลสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตในระดับสูง ล้วนทุ่มเททรัพยากรให้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา ซึ่งเป็นการสร้างความสามารถในการเติบโต  นอกจากนี้ แผนการของประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ ‘การให้’ แต่คือ ‘การสร้างงาน’ เพื่อให้ประชาชนดูแลตัวเองได้

ชูแมนแนะนำรัฐบาลอินเดียว่า ‘ผู้ประกอบการ’ คือเครื่องยนต์ในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศในเอเชียตะวันออก ไม่ใช่ ‘ข้าราชการ’

และความยากจนจะบรรเทาเบาบางลงได้โดยการให้เสรีภาพกับภาคเอกชนและการสร้างงาน

ไม่ใช่โครงการสังคมสงเคราะห์ (หรือนโยบายประชานิยม?) ของรัฐบาล

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 3 (มีนาคม 2557)

Advertisements

Written by ksamphan

April 11, 2014 at 8:29 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: