K. Samphan

Archive for December 2013

ราคาของอนาคตที่ดีกว่า

leave a comment »

โรจินา บีกัม ติดอยู่ในซากอาคารเป็นเวลา 3 วัน หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างของเธอ เธอจึงร้องขอใบเลื่อยเพื่อตัดแขนข้างซ้ายของตัวเองซึ่งถูกซากอาคารทับ

โรจินา บีกัม ติดอยู่ในซากอาคารเป็นเวลา 3 วัน หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างของเธอ เธอจึงร้องขอใบเลื่อยเพื่อตัดแขนข้างซ้ายของตัวเองซึ่งถูกซากอาคารทับ

ในบังกลาเทศมีโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ได้รับใบอนุญาต 5,500 แห่ง นี่คือประเทศผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปอันดับสองของโลก (รองจากจีน) มันคือสินค้าส่งออกเกือบร้อยละ 80 และทำรายได้ให้กับประเทศ 19,000 ล้านดอลลาร์ในแต่ละปี หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 13 ของจีดีพีของประเทศ โดยมีชาวบังกลาเทศประมาณ 4 ล้านคน (ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านผู้ไร้การศึกษา) ตรากตรำผลิตเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ให้กับยี่ห้อระดับนานาชาติอย่าง Mango, H&M และ Primark

แม้จะมีความสำคัญกับประเทศ แต่อุตสาหกรรมสิ่งทอกลับไร้การควบคุมดูแล และกระทั่งเป็นอุตสาหกรรมที่เสี่ยงอันตรายที่สุด

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2013 อาคารสูง 8 ชั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเสื้อผ้า 5 แห่งในกรุงธากา (Dhaka) เกิดถล่ม มันทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,129 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดคือคนงานในโรงงาน และนับเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดของอุตสาหกรรมสิ่งทอ

เส้นทางชีวิตของคนงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอของบังกลาเทศมีรูปแบบไม่ต่างจากเส้นทางชีวิตของคนงานในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ พวกเขาหันหน้าออกจากครอบครัวยากจนในชนบท มุ่งหน้าสู่อนาคตอันไร้ความแน่นอนในเมือง โดยหวังว่าค่าแรงที่ได้รับจะทำให้คนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม แต่สำหรับคนงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอของบังกลาเทศ พวกเขากลับพบแต่ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า

ปี 2005 อาคารสเปกตรัม การ์เมนต์ส ในกรุงธากาเกิดถล่ม ทำให้คนงาน 60 คนเสียชีวิต ปีต่อมา คนงานอีกอย่างน้อย 60 คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานสิ่งทอเคทีเอสในเมืองจิตตะกอง (Chittagong) และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 คนงาน 112 คนก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานทาซรีน แฟชั่น นอกกรุงธากา หลังจากนั้น มีโรงงานอีกอย่างน้อย 46 แห่งที่ถูกไฟไหม้ ก่อนที่เหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 เมษายน

โรจินา บีกัม (Rojina Begum) คนงานเย็บผ้าวัย 25 ปีเล่าว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน วิศวกรรายงานว่าพบรอยร้าวบริเวณโครงสร้างหลักที่ชั้น 3 ของอาคาร ซึ่งทำให้ธนาคารท้องถิ่นที่มีสำนักงานอยู่ที่ชั้นต่ำลงไปประกาศให้พนักงานไม่ต้องไปทำงานในวันรุ่งขึ้น แต่โรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ถึงชั้น 8 ยังคงให้คนงานไปทำงานตามปกติ

วันรุ่งขึ้น โรจินาได้ยินเสียงผิดปกติหลังจากเริ่มทำงานได้ไม่นาน เธอเห็นรอยแตกร้าวบนเพดาน และเห็นเหล็กเส้นโผล่ขึ้นมาจากพื้น แต่เธอก็ยังคงทำงานต่อไป เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้รับค่าจ้าง ขณะที่ผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่งบอกภายหลังว่าเจ้านายของพวกเขาขู่ว่าจะไล่ออก หากพวกเขาไม่ทำงานต่อ และบางคนบอกว่าถูกกันไม่ให้ออกจากอาคาร

แม้กฎหมายแรงงานจะระบุชัดเจนว่าผู้จัดการหรือนายจ้างไม่มีสิทธิ์บังคับให้คนงานทำงาน และสิทธิในการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานมีกฎหมายรองรับ (ซึ่งเป็นมรดกจากขบวนการฝ่ายซ้ายที่ช่วยให้ประเทศเป็นอิสระจากปากีสถานในปี 1971) แต่เมื่อบังกลาเทศเปิดประเทศในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ผู้ประกอบการท้องถิ่นก็ต้องเข้าสู่สนามแข่งขันระดับโลก อันนำไปสู่การลดทอนสิทธิของคนงานและการขูดรีด

ร้อยละ 80 ของคนงานราว 4 ล้านคนในอุตสาหกรรมสิ่งทอของบังกลาเทศคือผู้หญิง พวกเธอส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี เกือบทั้งหมดเดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อมุ่งหน้าแสวงหาโอกาสในเมือง โดยหวังว่าเศษเงินที่ได้รับจะทำให้ตัวเองและคนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ท้ายที่สุด พวกเธอจำนวนมากไม่มีโอกาสได้พบกับวันนั้น และอีกหลายคนกลับมีชีวิตย่ำแย่กว่าเดิมภายหลังอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

Advertisements

Written by ksamphan

December 2, 2013 at 6:20 am

เมืองหลวงของหญิงสาวราคาถูก

with one comment

ci-girls17ในเยอรมนี การขายบริการทางเพศเป็นอาชีพที่มีกฎหมายรองรับตั้งแต่ปี 2002 และนับตั้งแต่นั้น ธุรกิจนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เยอรมนีมีย่าน ‘โคมแดง’ ประมาณ 3,000 แห่ง และมี ‘ซ่อง’ 500 แห่งอยู่ในเบอร์ลิน

มีการคาดการณ์ว่าในเยอรมนีมีผู้ชายมากกว่า 1 ล้านคนที่จ่ายเงินเพื่อการนี้ทุกวัน

เหตุผลคลาสสิกของการทำให้การขายบริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย คือการที่มันจะช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวได้รับการดูแล แต่สำหรับในเยอรมนี ดูเหมือนว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นตรงกันข้าม

เมื่อเดือนพฤษภาคม นิตยสาร Der Spiegel รายงานความเลวร้ายที่หญิงขายบริการในเยอรมนีต้องเผชิญ ในรายงานกล่าวถึงหญิงสาวอายุน้อยจากโรมาเนียและบัลแกเรียที่ถูกหลอกไปขายตัวที่เยอรมนี พวกเธอถูกบังคับให้รับแขกนับสิบคนต่อวัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 49 ยูโร (ประมาณ 65 ดอลลาร์)

หญิงสาวในเยอรมนีดึงดูดผู้ชายจากทั่วโลก ทั้งจากเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ มันทำเงินให้เยอรมนีจำนวนมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน การแข่งขันของธุรกิจก็ทำให้ราคาของสินค้าตกต่ำเรี่ยติดดิน

เอเลีย หญิงขายบริการวัย 23 ปีในเมืองโคโลญ (Cologne) ให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนนี้มีผู้หญิงมากขึ้นทุกวัน และพวกเราต้องลดราคาเพื่อให้ได้ลูกค้า บางครั้งผู้หญิงชาวบัลแกเรียและโรมาเนียคิดเงินครั้งละไม่ถึง 10 ยูโร (ประมาณ 13 ดอลลาร์) วันหนึ่งพวกเราคงต้องทำงานเพื่อแลกกับบิ๊กแมค”

แม้จะมีคำวิจารณ์เรื่องสภาพการทำงานที่เลวร้ายของหญิงขายบริการ แต่หลายคนก็ไม่ต้องการให้อาชีพนี้กลับเข้าสู่มุมมืดของกฎหมาย

โมนิกา ลาซาร์ (Monika Lazar) นักการเมืองหญิงจากพรรค Alliance ’90/The Greens ยังคงเชื่อว่ากฎหมายจะช่วยให้หญิงสาวเหล่านั้นมีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงแต่มันจำเป็นต้องใช้เวลา

Written by ksamphan

December 2, 2013 at 6:16 am