K. Samphan

Archive for October 2013

ความหลากหลายของออสเตรเลีย

leave a comment »

1 Multiculturalismก่อนหน้านี้ นัยยะแรกของการเป็นชาวออสเตรเลีย คือการเป็นชนผิวขาว อัตลักษณ์ดังกล่าวมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง จากการดำรงอยู่ของชาวอะบอริจิน และการไหลทะลักเข้ามาของคนงานเหมืองชาวจีน แรงงานชาวเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และชาวอัฟกันจำนวนเล็กน้อย แต่ในทศวรรษ 1970 ออสเตรเลียมีนโยบายเปิดกว้างด้านผู้อพยพมากขึ้น ซึ่งการเปิดรับวัฒนธรรมที่หลากหลายและการไหลบ่าเข้ามาของผู้อพยพ ก็ทำให้โฉมหน้าของประเทศแห่งแสงแดดแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ในปี 2011 มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรชาวออสเตรเลีย (23 ล้านคน) ระบุว่าตนเป็นชาวเอเชีย ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากสัดส่วนในทศวรรษที่แล้ว และมีชาวออสเตรเลียมากกว่าหนึ่งในสี่ที่ไม่ได้เกิดที่นี่ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของออสเตรเลียเดินทางมาถึงจุดที่ไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ไม่ว่าชาวออสเตรเลียจะยอมรับมันหรือไม่ก็ตาม

ครั้งหนึ่ง ออสเตรเลียเคยวางตำแหน่งของตนในฐานะส่วนหนึ่งของเกาะอังกฤษ แต่การขึ้นฝั่งที่ด้านใต้ของโลก ทำให้ประเทศนี้มองเห็นความจริงแห่งยุคสมัยได้ชัดเจน นั่นก็คือความเจริญรุ่งเรืองของเอเชีย

ตอนนี้จีนคือคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย และความต้องการทรัพยากรธรรมชาติของจีนก็ช่วยให้ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ไม่ต้องพบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว รัฐบาลพรรคแรงงานของนายกรัฐมนตรี จูเลีย กิลลาร์ด (Julia Gillard) ได้เผยแพร่สมุดปกขาวชื่อ Australia in the Asian Century ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า “ความเจริญก้าวหน้าอย่างยิ่งของเอเชียได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย ขนาดและความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หมายความว่าออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในยุคสมัยของพวกเรา”

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลออสเตรเลียนำพาประเทศขยับเข้าใกล้เอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ – นายกรัฐมนตรี กอฟ วิตแลม (Gough Whitlam) เดินทางเยือนจีนครั้งแรกในปี 1973, นายกรัฐมนตรี บ็อบ ฮอว์ก (Bob Hawke) เป็นผู้ขับเคลื่อนการก่อตั้งเอเปก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) และนายกรัฐมนตรี พอล คีติง (Paul Keating) เป็นผู้ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค – แต่การเปลี่ยนสีผิวของออสเตรเลียและลักษณะทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันนั้นเสร็จสมบูรณ์ในยุคสมัยของนายกรัฐมนตรี เควิน รัดด์ (Kevin Rudd) ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ขณะที่ผู้นำของประเทศในยุโรปปฏิเสธความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ผู้นำของออสเตรเลียกลับสนับสนุนเรื่องนี้อย่างมาก ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก (2007-2010) เควิน รัดด์ ได้เพิ่มโควต้าผู้อพยพ โดยเฉพาะสำหรับชาวเอเชีย กระทั่ง จูเลีย กิลลาร์ด (ดำรงตำแหน่งต่อจากรัดด์ในปี 2010 และลาออกเมื่อเดือนมิถุนายน) ซึ่งเคยบอกว่าตนเองอ่อนหัดด้านนโยบายต่างประเทศ ก็เข้าใจความสำคัญของเอเชียเป็นอย่างดี

กิลลาร์ดเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนเมษายน และยืนยันกับเจ้าบ้านว่าประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียที่ผูกโยงกับโลกตะวันตก จะไม่บ่อนทำลายความกระตือรือร้นในการเชื่อมความสัมพันธ์กับโลกตะวันออก เธอให้สัมภาษณ์ที่ปักกิ่งว่า

“เราอยู่ในโลกที่เอเชียกำลังจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตของโลก สังคมออสเตรเลียทุกระดับชั้นจำเป็นต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับภูมิภาคของเราในศตวรรษนี้ และช่วยกันคิดว่าออสเตรเลียจะอยู่ร่วมกับมันอย่างไร”

IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 10 (ตุลาคม 2556)

Written by ksamphan

October 29, 2013 at 3:39 am

Posted in Neighbours Matters

เสรีภาพของใบไม้

leave a comment »

uruguayอุรุกวัยเพิ่งกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยรัฐบาลมีอำนาจควบคุมการเพาะปลูกและการค้าขาย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะนำเงินมหาศาลมาให้ และนี่คือประเทศที่มีแนวโน้มว่าจะเดินตามรอยอุรุกวัย

โคลอมเบีย – ประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซันโตส (Juan Manuel Santos) กล่าวถึงยาเสพติดว่าเป็น ‘ปัญหาความมั่นคงของชาติ’ และเขาก็สนับสนุนวิธีแก้ปัญหาแบบใหม่อย่างการทำให้ถูกกฎหมาย โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 ศาลสูงโคลอมเบียมีคำพิพากษาว่าการครอบครองกัญชาในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม

สาธารณรัฐเช็ก – ตั้งแต่ปี 2010 การครอบครองกัญชาจำนวนน้อยไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม และเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วาคลัฟ เคลาอุส (Václav Klaus) ก็ลงนามในกฎหมายที่อนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ แต่ก็มีการควบคุมการค้าขายโดยการลงทะเบียนบริษัทผู้จำหน่าย

อาร์เจนตินา – ปี 2009 ศาลสูงอาร์เจนตินามีคำพิพากษาว่าการลงโทษผู้เสพกัญชานั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ ตราบใดที่มันไม่ส่งผลร้ายกับคนอื่น แต่ประธานาธิบดี กริสตีนา เฟอร์นันเดซ เด กิชเนอร์ (Cristina Fernández de Kirchner) ยังไม่ร่วมเวทีถกเถียงว่าการผลิตและการจำหน่ายกัญชาควรเป็นสิ่งถูกกฎหมายหรือไม่

เม็กซิโก – ผู้เสพสามารถครอบครองกัญชาได้ 5 กรัม ขณะที่อดีตประธานาธิบดี เออร์เนสโต ซีดิลโล (Ernesto Zedillo) และ บีเซนเต ฟอกซ์ (Vicente Fox) พยายามผลักดันให้การเสพกัญชาไม่ใช่อาชญากรรม เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดจากขบวนการค้ายาเสพติด แต่ประธานาธิบดี เอ็นริเก เปญา นีเอโต (Enrique Peña Nieto) ต่อต้านเรื่องนี้ และเขาก็พร้อมที่จะถกเถียง

IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 10 (ตุลาคม 2556)

Written by ksamphan

October 29, 2013 at 3:35 am

Posted in Neighbours Matters