K. Samphan

Archive for April 2013

เมื่อหนุ่มสาวร้องตะโกน(อีกครั้ง)

leave a comment »

India_protest_1หนุ่มสาวชาวอินเดียเริ่มต้นปี 2013 ของพวกเขาด้วยการรวมตัวกันบนท้องถนน เพื่อเรียกร้องมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตของผู้หญิง หลังจากนักศึกษาแพทย์วัย 23 ปีถูกรุมข่มขืนในรถบัสโดยชาย 6 คนกลางมหานครเดลี  ก่อนหน้านั้นไม่กี่สัปดาห์ หนุ่มสาวชาวปากีสถานหลายพันคนก็รวมตัวกันเรียกร้องให้ยุติการห้ามไม่ให้เด็กผู้หญิงเข้าโรงเรียน อันเป็นปฏิกิริยาสืบเนื่องจากกรณีการลอบสังหารเด็กหญิงมาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) นักเคลื่อนไหวด้านการศึกษาและสิทธิสตรีวัย 14 ปี

ถ้าปี 2010 และ 2011 คือจุดแรกเริ่มของการลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของหนุ่มสาวในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ปี 2012 และ 2013 ก็คือปรากฏการณ์ต่อเนื่องของการลุกขึ้นมาเรียกร้องในสิ่งเดียวกันของ(เด็ก)หนุ่ม(เด็ก)สาวในอีกฟากฝั่งหนึ่งของโลก

ในบังกลาเทศ ว่าที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวอายุน้อยรวมตัวกัน (เป็นครั้งแรก) เพื่อประกาศ ‘เขตปลอดการแต่งงานของเด็ก’ ในชุมชนของพวกเขา  ในเนปาล มีการรวมตัวกันเพื่อต่อต้านการกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงกระจายไปทั่วประเทศ  ในพม่า โครงการต่อต้านการค้าเด็กได้นำคนหนุ่มสาวนับแสนคนมารวมตัวกันในการแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้งครั้งแรกของประเทศ  และอีกครั้งในอินเดีย มีการเดินขบวนต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งนำโดยอดีตแรงงานเด็กวัย 8, 9 และ10 ปีนับร้อยคน

หลังจากหลายสิบปีที่บรรดาผู้ใหญ่ต่างคิดกันว่าการหยุดยั้งกระบวนการขูดรีดเยาวชน – ไม่ว่าจะเป็นการใช้แรงงาน การแต่งงานโดยการบังคับ หรือการปิดกั้นโอกาสของเด็กผู้หญิง – เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และบางทีก็อาจไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการเพิกเฉยดูดายจึงต้องลุกขึ้นมาปลุกให้ผู้คนบนโลกหันมาเผชิญความจริงว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้ลงมือเปลี่ยนแปลงมัน

เมื่อปลายปีที่แล้ว ชาวปากีสถานมากกว่า 2 ล้านคนร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้คนในประเทศมีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียมกัน และหลังจากเข้าสู่ปี 2013 ไม่กี่วัน เด็กๆ ชาวปากีสถานนับล้านคนก็ร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้พวกเขามีโอกาสได้เข้าโรงเรียน  ในอินเดีย หนังสือเรียกร้องให้ยุติการใช้แรงงานเด็กก็มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 600,000 รายชื่อ  ขณะเดียวกัน องค์กรอย่าง V-Day และ One Billion Rising ก็รณรงค์ให้ผู้หญิงในแอฟริกาและเอเชียออกมาแสดงพลังร่วมกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อเรียกร้องให้ยุติการกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิง

ในสถานที่ที่เมื่อหลายศตวรรษก่อน สิทธิของคุณคือสิ่งที่ผู้ปกครองเป็นผู้กำหนด และสถานะของคุณคือสิ่งที่ผู้อื่นมอบให้ ในตอนนี้มันกำลังถูกคนหนุ่มสาวตั้งคำถาม

ในประเทศที่ยอมรับกันมานานนับศตวรรษว่าถ้าปู่ย่าตายายและพ่อแม่ของคุณเป็นคนยากไร้ คุณก็ต้องเป็นเช่นนั้นด้วย และถ้าคุณเกิดมาพร้อมกับโอกาสเพียงน้อยนิดสำหรับความเจริญก้าวหน้า ลูกหลานเหลนโหลนของคุณก็ต้องยอมรับในสิ่งเดียวกัน ในขณะนี้คนหนุ่มสาวกำลังบอกว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับมัน

ในทวีปที่คุณไม่มีทางหลุดพ้นจากพันธนาการที่มาพร้อมกับการเกิดมาเป็นผู้หญิง และทางเลือกในชีวิตของคุณถูกกำหนดโดยฐานคิดของสังคมชายเป็นใหญ่ บรรดาคนหนุ่มสาวกำลังปฏิเสธความคิดคร่ำครึเหล่านั้น และพวกเขากำลังยืนกรานว่าไม่ว่าจะเป็นเพศใด เชื้อชาติใด หรือนับถือศาสนาใด ทุกคนล้วนมีสิทธิพื้นฐานในการดำรงชีวิต และหน้าที่ของรัฐคือการตอบสนองความต้องการของคุณ ปกป้องสิทธิของคุณ และสร้างสรรค์โอกาสในชีวิตให้กับคุณ

เทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารทำให้คนหนุ่มสาวมีโอกาสได้รับรู้ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นบนโลก ขณะเดียวกัน มันก็ทำให้พวกเขาค้นพบว่าความไม่เท่าเทียมที่พวกเขากำลังประสบนั้นไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับสติปัญญา คุณธรรม หรือการทำงานหนักของพวกเขา แต่มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเกิดที่ไหน และพวกเขาเกิดมาเป็นใคร

และสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือการยืนยันว่าไม่ว่าคุณจะเกิดที่ไหน และเกิดเป็นใคร มนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง

IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 3 (มีนาคม 2556)

Written by ksamphan

April 4, 2013 at 6:51 am

Posted in Neighbours Matters

ก้าวแรกของการปฏิรูป

leave a comment »

2 Labor Campเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2013 เมิ่ง เจี้ยนจู้ เลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกฎเมืองและการเมืองกลางแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ประกาศในที่ประชุมกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมว่าระบบ ‘การอบรมในค่ายแรงงาน’ (reeducation through labor) จะยุติในทันที หลังจากได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารประจำสภาผู้แทนประชาชนในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนในเดือนมีนาคม 2013

เมื่อปี 1957 เหมา เจ๋งตง คิดค้นระบบการอบรมในค่ายแรงงานเพื่อกำจัดศัตรูของเขา โดยระบบนี้ให้อำนาจกับตำรวจในการกักขังและใช้แรงงานจากผู้คนในค่ายแห่งนี้เป็นเวลาสี่ปี โดยปราศจากข้อกล่าวหาและการพิจารณาคดีในศาล  คนที่สร้างปัญหาในสายตาของรัฐ โสเภณี ผู้ร้องเรียนเรื่องความอยุติธรรม หรือสมาชิกของนิกายทางศาสนาอย่างฝ่าหลุนกง จึงถูกทำให้ ‘หายตัว’ ไปชั่วคราวโดยการเข้าไปใช้แรงงานอยู่ภายในค่าย

จนถึงตอนนี้ มีชาวจีนมากกว่า 150,000 คนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายในค่ายแห่งนี้ และสัญญาณแห่งการปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการยุติบทบาทของมัน

สี จิ้นผิง ผู้นำคนใหม่ของจีน กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากขณะนี้สังคมจีนกำลังเต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่พอใจ ซึ่งแสดงออกโดย ‘การชุมนุม’ ประมาณ 200,000 ครั้งต่อปี  นอกจากนี้ เขากำลังได้รับแรงกดดันทั้งจากชนชั้นกลางในเมืองและปัญญาชนระดับอาวุโสของพรรค ให้เขาทำมากกว่าเพียงแค่การพูดเรื่องการปฏิรูป

แต่ในเวลาเดียวกัน สมาชิกพรรคสายเหยี่ยวและผู้ที่ ‘อยู่ในโลกความจริง’ ก็ยืนกรานว่าการปฏิรูปซึ่งจะนำพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าไปอยู่ภายใต้หลักนิติรัฐจะเป็นการทำลายตัวพรรคเอง เพราะในความเป็นจริง พรรคคอมมิวนิสต์ก็คือกฎหมายโดยตัวมันเอง

IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 3 (มีนาคม 2556)

Written by ksamphan

April 4, 2013 at 6:43 am

Posted in Neighbours Matters