K. Samphan

ท่าทีของสหรัฐฯ กับมหาอำนาจใหม่ของโลก

leave a comment »

U.S. President Barack Obama meets with China's Vice President Xi Jinping in the Oval Office of the White House in Washingtonการปกป้องรักษาแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางและสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน คือสาระสำคัญของนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงเวลานี้ แต่ต่อจากนี้ไป ความสนใจของวอชิงตันจะหันเหไปสู่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาสู่เวทีระดับโลกอย่างรวดเร็ว และกำลังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกฏเกณฑ์ใหม่ทางด้านการเงิน เทคโนโลยี การค้า อวกาศ และสภาพภูมิอากาศของโลก – สาธารณรัฐประชาชนจีน

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาก่อนหน้านี้นับสิบปี จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ ปูนซีเมนต์ และมลภาวะ ขีดความสามารถของกองทัพบกและกองทัพเรือที่กำลังรุดหน้าขึ้นเรื่อยๆ โครงการก่อสร้างมากมายมหาศาลที่หิวโหยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้และพลังงาน ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศของแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญอาจถกเถียงกันเกี่ยวกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน – โรเบิร์ต โฟเกล (Robert Fogel) นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของจีนจะมีขนาดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โลกภายในปี 2583 ขณะที่คนอื่นๆ ประเมินต่ำกว่านั้น – แต่ที่แน่นอนก็คือ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ

บางคนมองว่าการก้าวขึ้นมาของจีนหมายถึงการคุกคามต่อวิถีชีวิต มาร์ติน ฌากส์ (Martin Jacques) ผู้เขียน When China Rules the World จินตนาการว่า การก้าวขึ้นมาของจีนจะเป็นการล้มล้างหลักการและภูมิปัญญาของตะวันตก ขณะที่บางคนยืนกรานที่จะโยงไปสู่เรื่องสงครามเย็น โดยนำจีนเข้ามาแทนที่อดีตสหภาพโซเวียต

อย่างไรก็ตาม คริสตินา ลาร์สัน (Christina Larson) บรรณาธิการนิตยสาร Foreign Policy เห็นว่า สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็คือ สหรัฐฯ และจีนจำต้องสานสัมพันธ์กันบนเวทีการเมืองโลก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองประเทศจะกลายเป็นมิตรรักกันแบบเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรในช่วงศตวรรษที่ 20

ลาร์สันเห็นว่าความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นรูปแบบเฉพาะซึ่งไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ ทั้งสองฝ่ายจะทั้งแข่งขันและร่วมมือในเวลาเดียวกัน เพื่อกำหนดรูปแบบและเกื้อหนุนระบบ (global system) ที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา  ในบางด้าน ความสัมพันธ์นี้อาจคล้ายกับลักษณะของกลุ่ม G-8 ที่ร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่เดินไปตามเส้นทางของแต่ละประเทศในประเด็นอื่นๆ  วอชิงตันและปักกิ่งจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในโครงสร้างความร่วมมือกันอย่างกลุ่ม G-20 หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation) ขณะเดียวกันก็พัฒนาความสัมพันธ์แบบทวิภาคี โดยทำงานใกล้ชิดกันในบางเรื่อง และเกะกะขัดขวางกันในเรื่องอื่น

แต่นี่ไม่ใช่การแต่งงานของสองฝ่ายที่เท่าเทียมกัน ลาร์สันเห็นว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นมหาอำนาจที่ยากจะท้าทาย แน่นอนว่าจีนกำลังก้าวขึ้นมามีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ และขีดความสามารถของกองทัพของพวกเขาก็กำลังสูงขึ้น แต่สำหรับลาร์สัน จีนแสดงความสามารถให้เห็นน้อยมากในต่างแดน และแสดงความสนใจเพียงเล็กน้อยสำหรับการสนับสนุนระบบที่ช่วยค้ำจุนเสรษฐกิจของโลก  สำหรับตอนนี้ จีนเลือกที่จะเป็น “free-rider” ในระบบระหว่างประเทศที่ช่วยปกป้องเส้นทางการค้า เส้นทางการเดินเรือ และเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งอนุญาตให้ปักกิ่งสามารถมุ่งความสนใจไปที่ปัญหาภายในประเทศของตนได้เต็มที่

การเลือกที่จะไม่พบกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา (Barack Obama) ในการประชุมเรื่องสภาพภูมิอากาศที่โคเปนเฮเกนเมื่อเดือนธันวาคม 2552 ของนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า (Wen Jiabao) สำหรับลาร์สัน นี่แสดงว่าปักกิ่งยังไม่พร้อมหรือยังไม่ต้องการเป็นผู้นำระดับโลก (บทความในนิตยสาร Newsweek อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่าเวินไม่มีอำนาจในการตัดสินใจสำหรับการพบปะกันครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียหน้า เขาจึงส่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งไปพบกับโอบามาแทน)

ลาร์สันเห็นว่าจีนจะยังคงแสดงศักยภาพและตักตวงผลประโยชน์ต่อไป รวมถึงการแสวงหาน้ำมัน ป่าไม้ และแร่ธาตุ ในทุกมุมบนพื้นโลก รวมถึงดวงจันทร์ (จีนเป็นประเทศที่ลงทุนด้านการสำรวจอวกาศมากที่สุดในตอนนี้) เพื่อรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง และสหรัฐฯ ก็ไม่จำเป็นต้องพยายามจำกัดการเติบโตของจีน

ความท้าทายที่แท้จริงของวอชิงตันคือการสร้างความสัมพันธ์ที่กระตุ้นให้จีนสนับสนุนระบบที่พวกเขาได้ประโยชน์จากมัน ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ จะต้องบริหารจัดการความร่วมมืออันสลับซับซ้อนดังกล่าวด้วยแนวทางที่ชัดเจน

หรือพูดง่ายๆ ว่า ไม่หวานดูดดื่ม แต่ก็ต้องไม่ชิงชังจนมองหน้ากันไม่ได้

October No. 8 (openbooks, เมษายน 2553)

Advertisements

Written by ksamphan

March 12, 2013 at 6:57 am

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: