K. Samphan

การค้ากับจีนช่วยสหรัฐอเมริกาสร้างประเทศได้อย่างไร

leave a comment »

1 american-flag-made-in-chinaเมื่อปีที่ผ่านมา ‘จีน’ คือหัวข้อหนึ่งที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงเพื่อดึงดูดคะแนนเสียง แน่นอนว่ามีคนอเมริกันจำนวนหนึ่งที่มองว่าจีนคือ ‘ภัยคุกคาม’ และนโยบาย ‘แข็งกร้าว’ ต่อจีนคือสิ่งที่พวกเขาปรารถนา แต่หากพิจารณาย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ (กระทั่งสถานการณ์ในปัจจุบัน) อย่างถ้วนถี่ บางทีคนเหล่านั้นก็อาจจำเป็นต้องฝึกละวางโทสะเฉพาะหน้าลงบ้าง

ข้อมูลในหนังสือ When America First Met China: An Exotic History of Tea, Drugs, and Money in the Age of Sail ที่เขียนโดย เอริก เจย์ ดอลิน (Eric Jay Dolin) แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกานั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของระบอบสาธารณรัฐ ซึ่งในช่วงเวลาอันสับสนอลหม่านเช่นนั้น หากไม่มีการค้าขายกับจีน เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาจะไม่สามารถเดินหน้าได้

ณ เวลานั้น จีนไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่คือโอกาสทองของชีวิต

ชาวอเมริกันนั้นหลงใหลสินค้าจากจีนมาตั้งแต่พวกเขายังเป็นชาวอาณานิคม โดยมีบริษัทอินเดียตะวันออกของบริเตน (British East India Company) ทำหน้าที่นำสินค้าจากจีนเข้ามาขาย ซึ่งสินค้าที่สำคัญที่สุดก็คือใบชา (ชาวอเมริกันบริโภคน้ำชามากกว่า 1,000 ล้านถ้วยต่อปีในช่วงต้นทศวรรษ 1770) ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวอเมริกันจะทำการค้ากับจีนทันทีหลังจากได้รับชัยชนะในสงครามปฏิวัติ

นับตั้งแต่ปี 1784 จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามปฏิวัติในปี 1812 เรือสินค้าจากสหรัฐอเมริกาเกือบ 300 ลำเดินทางสู่เมืองท่ากว่างโจวของจีนถึง 618 เที่ยว เรือเหล่านี้บรรทุกสินค้าอย่างโสม นากทะเลและหนังแมวน้ำ ฝิ่น ไม้จันทน์ และเงินดอลลาร์สเปนสำหรับซื้อใบชา ผ้าไหม เครื่องกระเบื้อง และสินค้าแปลกๆ อย่างอื่น

จอห์น เจคอบ แอสเตอร์ แห่งนิวยอร์ก (John Jacob Astor of New York), สตีเวน จิราร์ด แห่งฟิลาเดลเฟีย (Stephen Girard of Philadelphia) และ อีไลอัส แฮสเกต เดอร์บี แห่งเซเลม (Elias Hasket Derby of Salem) คือพ่อค้ากลุ่มแรกที่ทำการค้ากับจีน ซึ่งช่วยทำให้พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐอเมริกา เดอร์บีนั้นกลายเป็นเศรษฐีคนแรกของประเทศ ในขณะที่แอสเตอร์คือมหาเศรษฐีคนแรก ส่วนจิราร์ดก็เป็นรองแอสเตอร์เพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงพ่อค้าที่ได้รับประโยชน์จากการค้าขายกับจีน เนื่องจากในระหว่างสงครามปฏิวัติ กองเรือของบรรดาพ่อค้าถูกกองทัพเรือของอังกฤษทำลายไปจำนวนมาก ซึ่งการค้าขายกับจีนก็หมายความว่าจำเป็นต้องมีการสร้างเรือ นั่นจึงทำให้ธุรกิจอู่ต่อเรือเฟื่องฟู และการจ้างงานหลายพันตำแหน่ง (ทั้งงานในอู่ต่อเรือและงานบนเรือ) ก็เกิดขึ้นตามมา นอกจากนี้ แต่ละครั้งที่เรือกลับมา เจ้าของเรือก็ต้องจ่ายภาษีศุลกากรให้กับรัฐบาล และเมื่อสินค้าจากเรือถูกส่งเข้าสู่ร้านค้า มันก็ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนอีกจำนวนหนึ่ง

การค้ากับจีนคือเครื่องยนต์เครื่องแรกของบรรดานักลงทุน ความสำเร็จของมันทำให้พวกเขามีเงินไปลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ซึ่งรวมถึงทางรถไฟ ธนาคาร และการทำเหมือง อันเป็นที่มาของการก่อร่างสร้างตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 19

สหรัฐอเมริกาทำการค้ากับจีนมายาวนานมากกว่า 225 ปี และในหลายๆ ด้าน มันนำผลประโยชน์มาสู่พวกเขา

บางทีชาวอเมริกันส่วนหนึ่งอาจจะต้องตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะประณามการค้าในยุคใหม่ของจีน

IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 1 (มกราคม 2556)

Advertisements

Written by ksamphan

February 7, 2013 at 5:43 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: