K. Samphan

Archive for August 2012

หน่วยรบพิเศษของโอบามา

leave a comment »

หนึ่งในปฏิบัติการล่าสังหารในยุคของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2009 เมื่อครั้งที่โจรสลัดชาวโซมาเลียบุกจู่โจมเรือขนส่งสินค้าของสหรัฐอเมริกาที่ชื่อ Maersk Alabama ในขณะที่กำลังแล่นอยู่ในน่านน้ำบริเวณแหลมแอฟริกา

โจรสลัด – ซึ่งมากับเรือช่วยชีวิต (lifeboat) และมีปืนอาก้ากับปืนสั้นเป็นอาวุธ – จับตัวกัปตันเรือวัย 53 ปีที่ชื่อ ริชาร์ด ฟิลลิปส์ (Richard Phillips) เป็นตัวประกัน พวกเขาขู่ว่าจะสังหารฟิลลิปส์ หากไม่ได้รับเงิน 2 ล้านดอลลาร์เป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

ในขณะนั้นโอบามาเพิ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ไม่ถึงสามเดือน ก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งอนุญาตให้เครื่องบินรบออกปฏิบัติการในปากีสถาน และเพิ่งส่งทหาร 17,000 นายเข้าไปในอัฟกานิสถาน แต่นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเขาในสถานการณ์ที่มีชีวิตของตัวประกันชาวอเมริกันเป็นเดิมพัน

ภายใต้สถานการณ์สุ่มเสี่ยง กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาขออนุญาตส่งทหารเข้าไปปฏิบัติภารกิจ แต่ทำเนียบขาวยังคงลังเล นายทหารในกองทัพรู้ดีว่าพวกเขาควรจะทำอะไร โดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากประธานาธิบดี กองเรือรบขนาดเล็กได้รับคำสั่งให้เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ ขณะที่ทหารจากหน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือทีมที่ 6 (‘SEAL Team 6’ ซึ่งเป็นหน่วยที่ดีที่สุดสำหรับการปฏิบัติภารกิจ ‘พิเศษ’) ก็กระโดดร่มลงสู่มหาสมุทรอินเดียพร้อมกับเรือยาง

วันที่ 11 เมษายน สามวันหลังจากกัปตันฟิลลิปส์ถูกจับตัว โอบามาก็อนุญาตให้ใช้กำลังทหาร ภายใต้เงื่อนไขเพียงข้อเดียว นั่นคือเมื่อชีวิตของกัปตันฟิลลิปส์ตกอยู่ในอันตราย

พลแม่นปืนของ SEAL Team 6 ประจำตำแหน่งอยู่บนเรือ พวกเขารอจังหวะสำหรับการยิงที่ดีที่สุดเพียงครั้งเดียว

ก่อนค่ำของวันที่ 12 เมษายน พลแม่นปืนบนเรือ USS Bainbridge ก็อยู่ในตำแหน่งที่สามารถยิงโจรสลัดได้ แต่เนื่องจากเรือของโจรสลัดลอยขึ้นลงอยู่บนผิวน้ำ พวกเขาจึงติดกล้องมองกลางคืนกับปืนไรเฟิลและเฝ้ารอ ซึ่งในที่สุด โจรสลัดสองในสามคนก็ปรากฏตัวในลำกล้อง ขณะที่พลแม่นปืนอีกนายก็มองเห็นโจรสลัดคนที่สามกำลังจ่อปืนไปที่กัปตันฟิลลิปส์ พลแม่นปืนทั้งสามเหนี่ยวไกส่งหัวกระสุนออกไปคนละหนึ่งนัด ก่อนที่กัปตันฟิลลิปส์จะได้รับการช่วยเหลือในที่สุด

ที่ทำเนียบขาว บรรดานายทหารต่างโล่งอก ที่ปรึกษาทางด้านการทหารคนหนึ่งบอกกับโอบามาว่า “ท่านประธานาธิบดี มันจบลงด้วยดี ไม่อย่างนั้นละก็ ผมคงตกที่นั่งลำบาก”

“เราทุกคนต่างหากที่ต้องตกที่นั่งลำบาก” ประธานาธิบดีหนุ่มตอบ

หลังจากปฏิบัติการในครั้งนั้น โอบามาต้องพึ่งพาการทำงานของ ‘หน่วยรบพิเศษ’ สำหรับภารกิจรูปแบบต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่รัฐบาลต้องลดรายจ่าย และศัตรูแฝงตัวกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ประกอบกับเมื่อชาวอเมริกันต่างผิดหวังกับความล้มเหลวของการส่งทหารเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ปฏิบัติการแบบ ‘เล็กพริกขี้หนู’ ของหน่วยรบพิเศษจึงยิ่งทรงคุณค่า

การสังหาร อุซามะฮ์ บิน ลาเดน ที่ปากีสถานเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดคือการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมสองคนที่ถูกจับเป็นตัวประกันในโซมาเลียเมื่อเดือนมกราคม 2012 คือตัวอย่างที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดโอบามา – และสหรัฐอเมริกา – จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการทำงานของหน่วยงานนี้อย่างมาก

งบประมาณของ Special Operations Command แห่งกองทัพสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันสูงถึงเกือบ 10,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับจากปี 2001 ขณะที่กำลังพลก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสี่เท่า ยิ่งไปกว่านั้น พลเรือเอก วิลเลียม เอช. แม็กเครเวน (William H. McRaven) ผู้บัญชาการคนปัจจุบันของหน่วย ยังเรียกร้องงบประมาณและความเป็นอิสระที่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายในการขยายกำลังพลเข้าสู่เอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้

โอบามาประทับใจความแม่นยำและความเป็นมืออาชีพของหน่วยนี้อย่างมาก แต่เขาก็ต้องพยายามรักษาสมดุลระหว่างความต้องการบรรลุภารกิจกับกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับการบรรลุภารกิจนั้น เนื่องจากความไม่ชัดเจนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตของทหารและผู้บริสุทธิ์ ซึ่งจะทำให้เขาและทีมงานต้องเหนื่อยมากขึ้น

นอกเหนือไปจาก ‘เป้าหมาย’ ของภารกิจที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้นไปจากโลกใบนี้

IMAGE ปีที่ 25 ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม 2555)

Advertisements

Written by ksamphan

August 5, 2012 at 5:48 am

Posted in Neighbours Matters

ตามหาความยุติธรรม

leave a comment »

การร้องเรียนเป็นประเพณีเก่าแก่ในสังคมจีน มันเกิดขึ้นตั้งแต่ดินแดนแห่งนี้ยังอยู่ภายใต้อำนาจขององค์จักรพรรดิ แต่จากการศึกษาของนักปราชญ์ชาวจีน มีผู้ร้องเรียนน้อยกว่าร้อยละ 6 ที่ได้เห็นปัญหาของตนได้รับการแก้ไข อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวจีนหลายล้านคนในทุกวันนี้ก็ยังคงเชื่อมั่นในวิธีการนี้

ผู้ร้องเรียนหลายคนยังคงมีความหวังว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้รับรู้ความทุกข์ยากของพวกเขา ความช่วยเหลือจะเดินทางมาถึงพวกเขาในที่สุด

พื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟสายใต้ของกรุงปักกิ่งคือ ‘หมู่บ้านของผู้ร้องเรียน’ ซึ่งเดินทางมาจากทั่วประเทศ พวกเขาสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรมที่บ้านเกิด และหวังว่ารัฐบาลกลางที่ปักกิ่งจะเป็นที่พึ่งให้กับพวกเขาได้

สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการคือเงินชดเชยจากความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการถูกแย่งยึดที่ดิน การไม่ได้รับบำนาญหรือค่าจ้าง การถูกเลิกจ้างอย่างไม่ยุติธรรม หรือการถูกข่มเหงรังแกทางเพศ วันแล้ววันเล่าที่พวกเขาเฝ้ารอความฝันลมๆ แล้งๆ อยู่ที่สำนักงานรับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล ก่อนจะต้องหาที่ซุกตัวนอนเมื่อตะวันตกดิน

ในสายตาของเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ เพิงหลังเล็กหลังน้อยของกลุ่มผู้ร้องเรียนในปักกิ่งเป็นภาพที่ไม่น่าพิสมัย และมันก็ถูกทำลายไปเกือบทั้งหมดก่อนที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2008 จะเริ่มขึ้น ในปัจจุบัน พื้นที่ที่เคยเป็นที่ซุกตัวนอนของผู้สิ้นหวังจากต่างจังหวัดถูกล้อมรั้วหรือปิดตาย อุโมงค์หรือช่องเล็กช่องน้อยถูกฉาบปิดด้วยซีเมนต์ และผู้คนที่ถูกขับไล่ให้ออกไปอยู่ในเขตชานเมืองก็ยังคงถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นข่มเหงรังแกอยู่ตลอดเวลา

พวกเขาส่วนหนึ่งเดินทางกลับบ้าน บางคนถูกคุมขัง แต่อีกหลายคนก็ยังคงกลับมาที่ปักกิ่ง ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยหวังว่าจะมีคนได้ยินเสียงร่ำไห้ของพวกเขาสักวัน

IMAGE ปีที่ 25 ฉบับที่ 7 (กรกฎาคม 2555)

Written by ksamphan

August 5, 2012 at 5:44 am

Posted in Neighbours Matters