K. Samphan

อนาคตของพม่า

leave a comment »

การเดินทางเยือนประเทศพม่าเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วของ ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการหันกลับมามองประเทศนี้เป็นครั้งแรกของประเทศตะวันตก หลังจากเบือนหน้าหนีไปหลายสิบปี เมื่อรัฐบาลพม่าส่งสัญญาณว่าต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

การปล่อยตัว ออง ซาน ซูจี (เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2010) ผู้นำพรรคฝ่ายค้านและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งถูกกักบริเวณภายในบ้านพักเกือบตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และการเดินทางมาเยือนของคลินตัน (ซึ่งเป็นการมาเยือนเป็นครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในรอบเกินกว่า 50 ปี) เป็นสองเหตุการณ์ที่เป็นหมุดหมายสำคัญ ทั้งสองเหตุการณ์มีจุดเริ่มต้นมาจากประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยและฝ่ายเจ้าหน้าที่สายเหยี่ยวในระบอบทหาร ด้วยการให้สิทธิในการตั้งสหภาพแรงงานและการประท้วงในที่สาธารณะ ผ่อนคลายการควบคุมสื่อของรัฐ และการปล่อยตัวนักโทษการเมืองหลายร้อยคน

ในทัศนะของนักวิเคราะห์ชาวตะวันตก การกระทำที่กล้าหาญอย่างยิ่งของ เต็ง เส่ง มีที่มาจากการแยกตัวออกจากจีน โดยเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เต็ง เส่ง สั่งระงับโครงการสร้างเขื่อนมูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นโครงการของนักลงทุนชาวจีน โครงการดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างมากจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งพวกเขาประมาณ 10,000 คนจะต้องอพยพไปหาที่อยู่ใหม่หากมีการก่อสร้างเกิดขึ้น มีน้อยคนที่คิดว่ารัฐบาลจะฟังเสียงคัดค้านของชาวบ้าน มิพักต้องพูดถึงการสั่งระงับการก่อสร้าง แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลรับฟังเสียงเหล่านั้น ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น

บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ากรณีดังกล่าวเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลพม่ากำลังลดการพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าและผู้ให้ความช่วยเหลือหลักหลังจากถูกชาติตะวันตกใช้มาตรการแซงก์ชัน  ตามรายงานของสื่อในพม่า เมื่อปีที่แล้วมีเงินลงทุนจากจีนไหลเข้าสู่เศรษฐกิจของพม่าถึง 8,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นปริมาณเกือบหนึ่งในสามของจีดีพี และมากกว่าเงินลงทุนจากจีนในปีก่อนหน้าถึง 4 เท่า

แม้ว่าเงินลงทุนจากจีนจะมีปริมาณมหาศาล แต่ความไม่พอใจก็ขยายวงกว้างไปพร้อมๆ กัน ครูคนหนึ่งในเมืองย่างกุ้งให้สัมภาษณ์ว่า “สิ่งที่พวกเขา (ชาวจีน) ทำคือการตักตวงทรัพยากรของพวกเรา จีนไม่ได้ช่วยให้เราเติบโตไปตามทิศทางการพัฒนาของเรา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องหันมาหาประเทศอย่างอเมริกามากขึ้น”

กระทั่ง ออง ซาน ซูจี ซึ่งปฏิเสธที่จะประนีประนอมกับรัฐบาลทหารมาโดยตลอด ก็แสดงความเชื่อมั่นกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น โดยหลังจากการพบกับ เต็ง เส่ง เธอประกาศว่าเธอสามารถทำงานร่วมกับเขาในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ และปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy: NLD) ของเธอก็ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองอีกครั้ง ผู้นำอาวุโสของพรรคกล่าวว่าซูจีต้องการเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา และเธอได้รับการคาดหวังจากคนจำนวนมากว่าจะเข้าร่วมชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2015

ในทัศนะของชาวพม่าจำนวนมาก การเคลื่อนไหวของ เต็ง เส่ง แสดงให้เห็นว่ามาตรการแซงก์ชันใช้ได้ผล จากที่เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย เศรษฐกิจของพม่าก็ล่มสลายหลังจากถูกแซงก์ชัน ประชากร 62 ล้านคนต้องกลายเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในเอเชีย โดยมีรายได้เฉลี่ย 2.20 ดอลลาร์ต่อวัน ธนาคารส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมกับพม่า บัตรเครดิตไม่สามารถใช้ได้ภายในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับที่สูงมาก

วิกฤตการณ์ดังกล่าวผลักดันให้รัฐบาลต้องเดินหน้าการปฏิรูป และหลังจากการพบกัน คลินตันก็บอกกับ เต็ง เส่ง ว่าสหรัฐอเมริกาจะผ่อนคลายข้อบังคับเกี่ยวกับหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพม่า และมาตรการอื่นๆ จะติดตามมาถ้าหากรัฐบาลยังคงดำเนินการปฏิรูปและปล่อยตัวนักโทษการเมืองต่อไป

ซูจีพยักหน้ารับสำหรับการยังไม่ยกเลิกมาตรการแซงก์ชันโดยทันที เธอกล่าวว่า “ถ้าเราเดินไปด้วยกัน พวกเราทั้งหมด ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และชุมชนนานาชาติ มันก็คงไม่มีทางที่เราจะหันหลังให้กับถนนสายประชาธิปไตย เรายังไม่ได้เดินอยู่บนถนนสายนั้น แต่เราหวังว่าจะไปถึงมันโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

IMAGE ปีที่ 25 ฉบับที่ 3 (มีนาคม 2555)

Advertisements

Written by ksamphan

March 29, 2012 at 7:01 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: