K. Samphan

อุระชิมะ – หนุ่มตังเก (ญี่ปุ่น)

leave a comment »

อุระชิมะหนุ่มอาศัยอยู่ที่จังหวัดทังโงะ ในหมู่บ้านสึสึกะวะ วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงปี 477 (ในสมัยจักรพรรดิอีวรยะกุ) เขาพายเรือออกมาหาปลาเพียงลำพัง หลังจากจับอะไรไม่ได้เลยตลอดสามวันสามคืน เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเขาจับเต่าห้าสีได้ตัวหนึ่ง เขาเอาเต่าตัวนั้นไว้บนเรือ ก่อนจะล้มตัวลงนอน

เมื่อเต่าตัวนั้นกลายร่างเป็นเด็กสาวน่ารักแสนสวย อุระชิมะผู้งวยงงก็ถามเธอว่าเธอเป็นใคร

“ฉันเห็นพี่อยู่ที่นี่เพียงลำพังในท้องทะเล” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้ม “และฉันก็อยากคุยกับพี่มาก! ฉันมาจากก้อนเมฆและสายลม”

“แต่ก่อนหน้านี้เธอมาจากที่ไหน เธอมาจากก้อนเมฆและสายลมอย่างนั้นหรือ?”

“ฉันเป็นอมตะ และฉันอาศัยอยู่บนท้องฟ้า อย่าสงสัยอะไรฉันเลย! โอ อ่อนโยนกับฉันและพูดจากับฉันอย่างสุภาพด้วยเถิด!”

เมื่ออุระชิมะรู้ว่าเธอเป็นนางฟ้า ความกลัวของเขาก็มลายหายไป

“ฉันจะรักพี่ตราบจนวันสุดท้ายของท้องฟ้าและผืนดิน” เธอให้คำสัญญากับเขา “ตราบใดที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ยังคงอยู่! แต่บอกฉันหน่อยสิว่าพี่จะรับรักของฉันหรือไม่?”

“ความปรารถนาของเธอก็เป็นความปรารถนาของพี่เช่นกัน” เขาตอบ “พี่จะไม่รักเธอได้อย่างไร?”

“ถ้าอย่างนั้นก็จับพายเถิดที่รัก และพาเราไปยังภูเขาอันเป็นนิรันดร์ของฉัน!”

เธอบอกให้เขาหลับตา ในเสี้ยววินาที พวกเขาก็มาถึงเกาะขนาดใหญ่ ที่ซึ่งผืนดินมีสีเขียวเหมือนหยก หอคอยบนเกาะตั้งตระหง่านอยู่ในความมืด และปราสาทก็เปล่งประกายราวกับหยก มันเป็นความประหลาดพิศวงที่ไม่เคยมีสายตาและหูของผู้ใดเคยมองเห็นและได้ยินมาก่อน

พวกเขาขึ้นจากฝั่ง โดยจูงมือกันเดินไปยังคฤหาสน์อันหรูหรา เมื่อถึงคฤหาสน์ เธอบอกให้เขารอ ก่อนจะเปิดประตูและก้าวเข้าไปด้านใน ไม่นานหลังจากนั้น เด็กสาวเจ็ดคนก็โผล่ออกมาจากประตู พวกเธอบอกกล่าวกันในขณะเดินผ่านเขาว่าเขาคือสามีของเต่า และเด็กสาวอีกแปดคนซึ่งตามออกมาทีหลังก็บอกกล่าวในแบบเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้จักชื่อของเธอ

เขาพูดถึงบรรดาเด็กสาวเมื่อเธอเดินออกมา เธอบอกว่าเด็กสาวเจ็ดคนคือดาวเจ็ดดวงในกระจุกดาวลูกไก่ และอีกแปดคนรวมกันเป็นดาวอัลดิบาแรน จากนั้นเธอจึงพาเขาเข้าไปด้านใน

พ่อและแม่ของเธอต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น และเชิญให้เขานั่ง พวกเขาอธิบายความแตกต่างระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ และบอกให้เขารู้ว่าการได้พบกับมนุษย์ซึ่งมีโอกาสเพียงน้อยนิดนั้นสร้างความปรีดาให้กับพวกเขามากแค่ไหน เขาได้สัมผัสกับรสชาติของอาหารชั้นดีกลิ่นหอมจรุงมากมาย และได้แลกแก้วไวน์กันดื่มกับพี่น้องทั้งหญิงและชายของเด็กสาว เด็กสาวที่มีสีหน้าเปล่งปลั่งรื่นเริงจับกลุ่มเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ผู้ชายก็เปล่งเสียงร้องเพลงอันไพเราะกังวาน พร้อมกับเต้นรำด้วยท่วงท่างดงามเป็นธรรมชาติ งานเลี้ยงครั้งนี้งดงามกว่าความรื่นเริงใดๆ ในโลกมนุษย์ ณ ดินแดนอันห่างไกลนับพันนับหมื่นเท่า

อุระชิมะไม่รู้เลยว่าดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว และเมื่อแสงสลัวรางเข้าปกคลุม บรรดาเทพสวรรค์ก็หายไปจนหมด เขาและเด็กสาวซึ่งอยู่กันเพียงลำพัง ล้มตัวลงนอนในอ้อมกอดของกันและกัน พวกเขาร่วมรักกัน และกลายเป็นสามีภรรยากันในที่สุด

เป็นเวลาสามปีที่เขาหลงลืมชีวิตในอดีต โดยใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์กับบรรดาทวยเทพ แต่แล้ววันหนึ่ง ความปรารถนาที่จะหวนกลับไปยังหมู่บ้านที่เขาเกิดและกลับไปหาพ่อกับแม่ที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังก็อุบัติขึ้นในทันทีทันใด หลังจากวันนั้น ความคิดถึงพวกเขาก็ทบทวีมากขึ้นทุกวัน

“ที่รัก” ภรรยาพูดกับเขา “ช่วงนี้พี่ไม่ดูแลตัวเองเลย พี่จะไม่บอกฉันหน่อยหรือว่าพี่มีอะไรอยู่ในใจ?”

“มีคนบอกว่าหมาจิ้งจอกที่ใกล้ตายจะกลับไปที่โพรงของมัน และมนุษย์ที่ต่ำต้อยกว่านั้นก็ปรารถนาที่จะกลับบ้าน พี่ไม่เคยเชื่อเรื่องนี้เลย แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าเรื่องนี้เป็นความจริง”

“พี่ต้องการกลับไปใช่ไหม?”

“ตอนนี้พี่อยู่ในดินแดนของทวยเทพ ห่างไกลจากครอบครัวและเพื่อนของพี่ พี่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกแบบนี้ แต่มันช่วยไม่ได้ที่พี่จะคิดถึงพวกเขา พี่อยากกลับไปหาแม่และพ่อของพี่!”

ภรรยาของเขาเช็ดน้ำตาของเธอ “เราเป็นของกันและกันตลอดไป!” เธอคร่ำครวญ “เราสัญญากันว่าจะเป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์ราวกับทองคำหรือก้อนหินแห่งขุนเขา! แล้วพี่ปล่อยให้ความคิดถึงเล็กๆ น้อยๆ มาทำให้พี่ต้องการแยกจากฉันได้อย่างไร?”

พวกเขาเดินจับมือไปด้วยกัน บทสนทนาอันเศร้าระทมจบสิ้นลง ท้ายที่สุด พวกเขาสวมกอดกัน และเมื่อทั้งคู่แยกออกจากกัน การอำลาก็เป็นอันสิ้นสุด

พ่อตาและแม่ยายของอุระชิมะโศกเศร้าที่เขาจากไป ภรรยามอบกล่องเพชรให้กับเขา “สุดที่รัก” เธอพูด “ถ้าพี่ไม่ลืมฉันและต้องการจะกลับมาที่นี่ ขอให้พี่จับกล่องนี้ให้แน่นๆ แต่พี่ต้องไม่เปิดมันอย่างเด็ดขาด”

เขาขึ้นมาบนเรือของเขา บรรดาเทพบอกให้เขาหลับตา ในชั่วพริบตา เขาก็มาอยู่ที่สึสึกะวะบ้านเกิด ที่นี่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาจดจำอะไรไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว

“ครอบครับอุระชิมะอยู่ที่ไหน – อุระชิมะที่เป็นชาวประมง?” เขาถามชาวบ้าน

“เจ้าเป็นใคร?” ชาวบ้านถามเขากลับ “เจ้ามาจากที่ไหน? ทำไมเจ้าจึงตามหาคนที่มีชีวิตอยู่เมื่อนานมาแล้ว? ใช่ ฉันเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่พูดถึงคนที่ชื่ออุระชิมะ เขาออกทะเลไปเพียงลำพังและไม่เคยกลับมา นั่นมันเมื่อสามร้อยปีที่แล้ว เจ้ามีธุระอะไรกับเขาในเวลานี้?”

สิบวันหลังจากนั้น อุระชิมะผู้สับสนงงงวยออกตระเวนไปทั่วหมู่บ้าน แต่ก็ปราศจากร่องรอยใดๆ ของครอบครัวหรือเพื่อนของเขา ในที่สุด เขาก็หยิบกล่องที่นางฟ้ามอบให้เขาขึ้นมา และนึกถึงเธอ คำสัญญาที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ไม่อยู่ในความทรงจำ เขาเปิดกล่องใบนั้น กลิ่นหอมของเธออบอวลขึ้น มันล่องลอยมากับหมู่เมฆและสายลม ก่อนจะลอยสูงขึ้นและเลือนจางไปในท้องฟ้าสีคราม เขารู้ว่าเขาไม่เชื่อฟังคำพูดของเธอ และเขาจะไม่มีวันได้พบกับเธออีก ทั้งหมดที่เขาทำได้คือจ้องมองไปบนท้องฟ้า และเดินร่ำไห้ไปบนชายฝั่ง

เมื่อน้ำตาของเขาเหือดแห้ง เขาก็ร้องเพลงคร่ำครวญถึงดินแดนอันห่างไกลในหมู่เมฆของเธอ เขาร้องว่า หมู่เมฆนำพาความรักของเขาไปสู่เธอ เสียงอ่อนหวานของเธอล่องลอยข้ามผ่านท้องฟ้ากว้าง วิงวอนขอให้เขาอย่าหลงลืมเธอ ก่อนที่เพลงสุดท้ายของเขาจะกังวานพร่ำเพ้อถึงการสูญเสีย “ที่รักของพี่ เมื่อค่ำคืนของการรอคอยสิ้นสุด และพี่ยืนอยู่ที่ปากประตู พี่ได้ยินเสียงคลื่นสาดกระทบชายฝั่งแห่งสรวงสวรรค์ของเธอ ณ ที่ไกลแสนไกล!”

ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนกล่าวกันว่า ถ้าเขาไม่เปิดกล่องเพชรใบนั้น เขาก็คงจะได้พบกับเธออีกครั้ง แต่หมู่เมฆซ่อนบังสรวงสวรรค์ของเธอ และหลงเหลือเพียงความเศร้าโศกให้กับเขา

Advertisements

Written by ksamphan

March 24, 2012 at 4:42 am

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: