K. Samphan

จุดเสื่อมถอยของอเมริกา?

leave a comment »

นีล เฟอร์กูสัน (Niall Ferguson) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เห็นว่าสาเหตุที่ทำให้อารยธรรมตะวันตกก้าวแซงหน้าอารยธรรมในส่วนอื่นๆ ของโลกเมื่อประมาณปี 1500 นั้นเกิดจากชุดของนวัตกรรมทางสถาบันที่งอกเงยขึ้นในโลกตะวันตก โดยเขาเรียกมันว่า “killer applications” อันประกอบด้วย 1. การแข่งขัน 2. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ 3. หลักนิติธรรมและรัฐบาลแบบตัวแทน 4. การแพทย์สมัยใหม่ 5. สังคมผู้บริโภค และ 6. จริยธรรมในการทำงาน

หลายร้อยปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ถูกครอบครองโดยชาวตะวันตก ซึ่งเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามที่ว่าทำไมมาตรฐานด้านชีวิตความเป็นอยู่ของชาวตะวันตกจึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผู้คนในส่วนอื่นๆ ของโลก ในปี 1500 ชาวจีนร่ำรวยกว่าชาวอเมริกันโดยเฉลี่ย แต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ชาวอเมริกันร่ำรวยกว่าชาวจีนถึง 20 เท่า และพลังอำนาจของพวกเขาก็ยังคงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จักรวรรดิของชาวตะวันตกเพียง 12 แห่ง – รวมถึงสหรัฐอเมริกา – ครอบครองผืนดินและประชากรของโลกร้อยละ 58 และมีสัดส่วนในเศรษฐกิจโลกถึงร้อยละ 74

ญี่ปุ่นเป็นสังคมนอกตะวันตกแห่งแรกที่ค้นพบว่าพวกเขาสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชันเหล่านั้นและติดตั้งพวกมันเข้ากับสังคมที่ไม่ใช่สังคมตะวันตกได้ ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายถึงการไล่ตามมาของ “คนอื่นๆ ที่เหลือ” โดยเฉพาะนับตั้งแต่การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนในปี 1978

เฟอร์กูสันไม่ได้โกรธเกรี้ยวที่ชาวอเมริกันไม่ได้ร่ำรวยแบบทิ้งห่างชาวจีนโดยเฉลี่ยอีกต่อไป เขายินดีด้วยซ้ำที่ชาวเอเชียหลายร้อยล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน นอกเหนือจากการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในอเมริกาใต้และบางส่วนของแอฟริกา แต่สิ่งที่เขาต้องการประณามก็คือแนวโน้มที่สังคมอเมริกันจะลบแอพลิเคชันดังกล่าวของตัวเอง โดยเขาชวนให้ชาวอเมริกันตั้งคำถามกับตัวเองดังนี้

ตอนนี้ใครที่มีจริยธรรมในการทำงาน?  ใน 1 สัปดาห์ ชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยของชาวเกาหลีใต้มากกว่าของชาวอเมริกันคิดเป็นร้อยละ 39 และระยะเวลาสำหรับการศึกษาหนึ่งชั้นเรียนของเกาหลีใต้คือ 220 วัน เทียบกับ 180 วันในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ คุณก็คงบอกได้แทบจะทันทีว่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่ขวนขวายใฝ่เรียนรู้ คือนักศึกษาชาวเอเชียนและเอเชียน-อเมริกัน

สังคมผู้บริโภค?  คุณรู้หรือไม่ว่าศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก 26 แห่งจาก 30 แห่งตั้งอยู่ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย มีเพียง 3 แห่งที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และทุกวันนี้มันก็เงียบเหงาวังเวง เพราะตอนนี้ชาวอเมริกันมือเติบกำลังถูกรุมเร้าด้วยหนี้สิน

การแพทย์สมัยใหม่?  แน่นอนว่าสหรัฐอเมริกาใช้เงินในด้านนี้มากกว่าทุกประเทศในโลก เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ สหรัฐอเมริกาใช้จ่ายทางด้านบริการสุขภาพมากกว่าญี่ปุ่น 2 เท่า และมากกว่าจีนเกินกว่า 3 เท่า แต่กระนั้น ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อายุขัยโดยเฉลี่ยของชาวอเมริกันก็เพิ่มขึ้นเพียง 8 ปี คือจาก 70 ปีเป็น 78 ปี ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจาก 68 ปีเป็น 83 ปี และจีนเพิ่มขึ้นจาก 43 ปีเป็น 73 ปี

หลักนิติธรรม?  ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารโดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ชิ้นล่าสุดระบุว่ามีไม่น้อยกว่า 15-16 หัวข้อที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและการบริหารจัดการที่สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับต่ำกว่าฮ่องกง ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐอเมริกาอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกในเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือการปกป้องนักลงทุน นอกเหนือจากนั้น สหรัฐอเมริกาอยู่ในตำแหน่งที่แย่จนน่าตกใจ

วิทยาศาสตร์?  เป็นความจริงที่ว่านักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกายังคงได้รับรางวัลโนเบลอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี แต่พวกเขาเหล่านั้นคือผู้สูงอายุ และอนาคตของประเทศอยู่ในกำมือของคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน ซึ่งนี่คือข้อมูลที่น่าสนใจ จากผลการทดสอบผลสำเร็จทางการศึกษาของนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลก ช่องว่างของ “ความสามารถทางคณิตศาสตร์” ระหว่างเด็กๆ ในเซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ – ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของโลก – กับเด็กๆ ในสหรัฐอเมริกานั้นห่างกันพอๆ กับช่องว่างระหว่างเด็กๆ ในสหรัฐอเมริกากับเด็กๆ ในแอลเบเนียและตูนิเซีย

สุดท้ายคือการแข่งขัน?  ผลสำรวจความสามารถในการแข่งขันระดับโลกโดยสภาเศรษฐกิจโลกซึ่งจัดทำขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 1979 ระบุว่าคะแนนโดยเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกาลดลงจาก 5.82 เหลือ 5.43 ขณะที่คะแนนของจีนเพิ่มขึ้นจาก 4.29 เป็น 4.90

นี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ที่ นีล เฟอร์กูสัน นำมากระตุ้นเตือนให้ชาวอเมริกันหันกลับมาสำรวจความผิดพลาดที่ผ่านมาของตน เขากล่าวว่า “เราจำเป็นต้องกำจัดไวรัสทั้งหลายที่แฝงตัวอยู่ในระบบของเรา… จากนั้นเราจำเป็นต้องดาวน์โหลดและอัพเดตสิ่งต่างๆ ที่ทำงานได้ดีในประเทศอื่นๆ… และท้ายที่สุด เราจำเป็นต้องรีบูตระบบของเรา”

IMAGE ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 (กุมภาพันธ์ 2555)

Advertisements

Written by ksamphan

February 29, 2012 at 3:58 am

Posted in Neighbours Matters

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: