K. Samphan

หลี่ เหลียนเจี๋ย

leave a comment »

“ผมไม่เคยบอกกับตัวเองว่าผมเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ถ้าใครสักคนฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เพียงเพื่อการต่อยตีข้างถนน เพื่อหวังจะใช้มันเป็นอาวุธในการปะทะขัดแย้ง หรือเพื่อจะใช้ข่มขู่รังแกผู้อื่น ในความเห็นของผม คนคนนั้นไม่ใช่นักสู้ที่แท้จริง” – หลี่ เหลียนเจี๋ย

หลี่ เหลียนเจี๋ย (Li Lianjie) หรือที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ เจ็ต ลี (Jet Li) เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1963 ที่ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุ 2 ขวบ โดยหลี่เป็นน้องคนสุดท้องของพี่น้องทั้งหมด 5 คน

พรสวรรค์ทางด้านวูซูของหลี่เริ่มปรากฏเมื่อเขามีอายุได้ 8 ปี เขาฝึกซ้อมวูซูที่โรงเรียน และเริ่มต้นเส้นทางสายนี้ด้วยการเป็นหนึ่งในทีมวูซูของปักกิ่งทำการแสดงศิลปะการต่อสู้ในช่วงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน  ผู้ฝึกสอนของหลี่คือ หวู บิน (Wu Bin) สุดยอดผู้ฝึกสอนวูซูของโลกในปัจจุบัน  หวูมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาความสามารถของหลี่ โดยนอกจากจะฝึกสอนวูซูให้กับหลี่แล้ว เขายังซื้ออาหารให้กับครอบครัวของหลี่ เนื่องจากครอบครัวของหลี่ไม่มีเงินมากพอสำหรับอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของหลี่

หลังจากฝึกฝนอย่างหนักกับหวู 3 ปี หลี่ก็ชนะเลิศการแข่งขันวูซูระดับชาติของจีน ก่อนที่เขาเลิกเล่นวูซูเมื่ออายุ 17 ปี และถูกชักชวนเข้าสู่วงการแสดงเมื่ออายุ 20 ปี

ในปี 1982 บริษัทประชาสัมพันธ์คิดว่าชื่อของหลี่ออกเสียงยาก จึงใช้ชื่อ “Jat Li” ในโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่อง Shaolin Temple (เสี้ยวลิ้มยี่, 1982) ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของหลี่ โดยเปรียบเทียบการเริ่มต้นอาชีพนักแสดงของหลี่กับการขึ้นบินของเครื่องบิน หลังจากนั้นเป็นต้นมา หลี่ เหลียนเจี๋ย จึงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ เจ็ต ลี

ภาพยนตร์ภาษาจีนที่หลี่นำแสดง เช่น Shaolin Temple (เสี้ยวลิ้มยี่, 1982), Shaolin Temple 2: Kids from Shaolin (เสี้ยวลิ้มยี่ 2, 1984), Once Upon a Time in China (หวงเฟยหง: หมัดบินทะลุเหล็, 1991), Fist of Legend (ไอ้หนุ่มซินตึ้ง หัวใจผงาดฟ้า, 1994) และ Fong Sai-Yuk (ฟงไสหยก สู้บนหัวคน, 1993) เป็นต้น

ในปี 1998 หลี่ก้าวเข้าสู่ฮอลลีวูด โดยเริ่มต้นด้วยการรับบทตัวร้ายใน Lethal Weapon 4 (1998) ก่อนจะมีผลงานตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น The One (2001), Kiss of the Dragon (2001), Cradle 2 the Grave (2003), Danny the Dog (หรือ Unleashed) (2005), Fearless (2006), War (หรือ Rogue Assassin) (2007), The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor (2008), และ The Expendables (2010) เป็นต้น

จากสถิติรายได้ของภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา ภาพยนตร์ของหลี่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ Lethal Weapon 4 โดยทำรายได้ 130 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor ด้วยรายได้มากกว่า 102 ล้านดอลลาร์  ส่วน Hero (2002) อยู่ในอันดับที่ 3 ของภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นภาพยนตร์ที่นักวิจารณ์ชื่นชมมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ในขณะที่ Fearless อยู่ในอันดับที่ 6 ของภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลในสหรัฐอเมริกา  ในมุมมองของนักวิจารณ์ Fist of Legend (1994) เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของหลี่ ส่วน War คือเรื่องที่แย่ที่สุด

หลี่กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการจะบอกกับโลกใบนี้อยู่ในภาพยนตร์ 3 เรื่องของเขา นั่นคือ Hero (ความทุกข์ตรมของคนคนหนึ่งมิอาจเทียบเคียงได้กับความทุกข์ตรมของชาติ)  Unleashed (ความรุนแรงมิใช่การแก้ปัญหา)  และ Fearless (ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราก็คือตัวเราเอง)  หลี่คิดว่าอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือรอยยิ้ม และพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรัก

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้โลกทัศน์และชีวทัศน์ของหลี่เปลี่ยนไปอย่างมากก็คือเหตุการณ์สึนามิในปี 2004  ในตอนนั้นหลี่กำลังพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เขาและครอบครัวรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด  หลี่ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขารู้สึกว่าความสามารถหรือความสำเร็จใดๆ ที่เขาเคยได้รับมาไม่สามารถเทียบได้กับพลังของธรรมชาติ “ทั้งเงิน อำนาจ หรืออะไรก็ตามในโลกนี้ ไม่สามารถช่วยคุณจากคลื่นครั้งนั้นได้เลย”  หลี่บอกว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาธรรมะและเดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิต

หลี่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “ทูตการกุศล” ของสภากาชาดจีนตั้งแต่เดือนมกราคม 2006  เขาบริจาคเงิน 500,000 หยวน (62,500 ดอลลาร์) ซึ่งแบ่งมาจากรายได้ของภาพยนตร์เรื่อง Fearless ให้กับโครงการเยียวยาทางด้านจิตใจของสภากาชาด  ในเดือนเมษายน 2007 จากประสบการณ์ในเหตุการณ์สึนามิ หลี่ก่อตั้งมูลนิธิ The One เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยธรรมชาติ โดยทำงานร่วมกับสภากาชาดและองค์กรอื่นๆ  โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิ หลี่ได้มีส่วนในการช่วยเหลือผู้คนจากภัยธรรมชาติมาแล้ว 7 เหตุการณ์ รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองเสฉวนในปี 2007

หลี่ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนธันวาคม 2009 เกี่ยวกับความมุ่งมั่นตั้งใจของเขาในการทำการกุศล โดยเขาบอกว่า “องค์กรเอกชนสามารถช่วยเหลือรัฐบาลในพื้นที่ที่รัฐบาลมองไม่เห็น ความช่วยเหลือของรัฐบาลไม่อาจลงลึกในรายละเอียดได้เสมอไป องค์กรเอกชนไม่จำเป็นต้องใหญ่แบบรัฐบาล แต่พวกเขาจำเป็นต้องยืดหยุ่นและเป็นอิสระ”

ในเดือนกันยายน 2010 หลี่ได้รับการแต่งตั้งจากสภากาชาดสากลให้เป็น “ทูตไมตรีจิต” คนแรกขององค์กร เขาโพสต์ข้อความขอบคุณในอินเทอร์เน็ต และยืนยันว่าจะทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

Advertisements

Written by ksamphan

January 22, 2012 at 6:40 am

Posted in อื่นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: