K. Samphan

ไมเคิล แจ็กสัน

leave a comment »

วันที่ 25 มิถุนายน 2009  ไมเคิล แจ็กสัน นอนหมดสติอยู่บนเตียงนอนในคฤหาสน์เลขที่ 100 นอร์ทคาโรลวูดไดรฟ เขตโฮล์มบีฮิลล์ ลอสแอนเจลิส  แพทย์ประจำตัวพยายามช่วยชีวิตเขา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ  หน่วยดับเพลิงของลอสแอนเจลิสได้รับแจ้งเมื่อเวลา 12:22 น. ก่อนจะมาถึงคฤหาสน์ของแจ็กสันในอีก 3 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าแจ็กสันหยุดหายใจ และพยายามช่วยชีวิตของเขาอีกครั้ง

แจ็กสันถูกส่งไปที่ศูนย์การแพทย์โรนัลด์ เรแกน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส เมื่อเวลา 13:13 น.  หลังจากนั้น 1 ชั่วโมงจึงมีการประกาศว่าเขาเสียชีวิตเมื่อเวลา 14:26 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 4:26 น. ตามเวลาประเทศไทย

ไมเคิล โจเซฟ แจ็กสัน (Michael Joseph Jackson) เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 1958 ในครอบครัวกรรมกรชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ที่เมืองแกรี รัฐอินเดียนา  เขาเป็นลูกคนที่ 8 จาก 10 คนของ โจเซฟ วอลเตอร์ “โจ” แจ็กสัน (Joseph Walter “Joe” Jackson) และ แคเทอรีน เอสเตอร์ สครูส์ (Katherine Esther Scruse)  โจเป็นคนงานในโรงงานเหล็กและสมาชิกของวงอาร์แอนด์บีที่ชื่อ The Falcons  ส่วนแคเทอรีนเป็นผู้เลื่อมใสในความเชื่อ “พยานพระยะโฮวา” (Jehovah’s Witnesses)  ความสัมพันธ์ระหว่างแจ็กสันกับพ่อไม่ค่อยดีนัก เขาถูกทารุณทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งกลายเป็นฝันร้ายเกาะกุมจิตใจของเขาตลอดทั้งชีวิต

ในปี 1964 แจ็กสันกับมาลอนเข้าร่วมวง “Jackson Brothers” – ก่อตั้งโดยแจ็กกี ติโต และเจอร์เมน พี่ชายของพวกเขา – ในฐานะนักดนตรี ก่อนที่เขาจะได้เป็นนักร้องประสานคู่กับเจอร์เมนเมื่ออายุได้ 8 ปี และชื่อของวงได้เปลี่ยนเป็น “The Jackson 5”  The Jackson 5 ได้บันทึกเสียงกับค่าย Steeltown ในปี 1967 ก่อนจะได้เซ็นสัญญากับค่าย Motown ในปีถัดมา  นิตยสาร Rolling Stone กล่าวถึงแจ็กวันในวัยเด็กว่า “เป็นอัจฉริยะ” และ “มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีเต็มเปี่ยม”  เขา “โดดเด่นอยู่บนเวทีในฐานะนักร้องนำ”  ในช่วงปี 1972-1975 แจ็กสันออกอัลบัมเดี่ยวกับ Motown 4 อัลบัม โดยมีเพลงดังอย่าง “Got to Be There” “Ben” และ “Rockin’ Robin”  แต่ยอดขายของ The Jackson 5 เริ่มตกลงในปี 1973 และสมาชิกของวงก็เริ่มไม่พอใจนโยบายกีดกันการสร้างสรรค์ผลงานของ Motown  พวกเขาจึงออกจาก Motown ในปี 1975  เดือนมิถุนายนปีเดียวกัน The Jackson 5 เซ็นสัญญากับค่าย Epic Records บริษัทในเครือของ CBS Records และเปลี่ยนชื่อวงเป็น The Jacksons  ในช่วงปี 1976-1984  The Jacksons ออกอัลบัมมากกว่า 6 อัลบัม โดยแจ็กสันเป็นผู้เขียนเพลงหลักของวง อาทิ “Shake Your Body (Down to the Ground)” “This Place Hotel” และ “Can You Feel It

ปี 1978 แจ็กสันร่วมแสดงในภาพยนตร์เพลงเรื่อง The Wiz ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักกับ ควินซี โจนส์ (Quincy Jones) ผู้เรียบเรียงเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยโจนส์ยินดีร่วมงานกับแจ็กสันในอัลบัมเดี่ยวชุดต่อไปของเขา นั่นคือ Off the Wall  อัลบัมดังกล่าววางขายในปี 1979 และเป็นอัลบัมแรกที่มีเพลงติดอันดับ 10 เพลงยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาถึง 4 เพลง และขายได้มากกว่า 20 ล้านชุดทั่วโลก  ปี 1982 แจ็กสันออกอัลบัม Thriller ซึ่งเป็นอัลบัมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของสหรัฐอเมริกาและของโลก โดยขายไปแล้วประมาณ 110 ล้านชุดจนถึงปัจจุบัน  เดือนมีนาคม 1983 แจ็กสันรวมตัวกับพี่น้องตระกูลแจ็กสันอีกครั้งเพื่อแสดงในรายการพิเศษฉลองครบรอบ 25 ปีของ Motown  เทปนี้ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1983  แจ็กสันร้องเพลง “Billie Jean” และเปิดตัวท่า “มูนวอล์ก” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับเขานับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

อัลบัมเดี่ยวอื่นๆ ของแจ็กสันประกอบด้วย Bad (1987) Dangerous (1991) HIStory (1995) Blood on the Dance Floor: HIStory in the Mix (1997) และ Invincible (2001)  โดยก่อนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 แจ็กสันได้รับการยกย่องจาก American Music Awards ให้เป็นศิลปินแห่งทศวรรษ 1980

วันที่ 14 พฤษภาคม 1984  แจ็กสันได้รับรางวัลจากประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) สำหรับการมอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ติดสุราและยาเสพติด  ในปีต่อมา แจ็กสันร่วมเขียนเพลง “We Are the World” กับ ลิโอเนล ริชี (Lionel Richie) เพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสหรัฐอเมริกาและแอฟริกา  เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ด้วยยอดขายเกือบ 30 ล้านชุด และเงินหลายล้านดอลลาร์ได้รับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้  แจ็กสันก่อตั้งมูลนิธิ Heal the World ในปี 1992  โดยมูลนิธิจะนำเด็กด้อยโอกาสไปที่เนเวอร์แลนด์ (ประกอบด้วยสวนสนุก สวนสัตว์ และโรงภาพยนตร์ บนเนื้อที่ 11 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแจ็กสันเริ่มลงทุนก่อสร้างในปี 1988) และบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ทั่วโลกที่ประสบภัยสงคราม ความยากจน และโรคภัยไข้เจ็บ

ในปี 2006 ปัญหาทางด้านการเงินของแจ็กสันเริ่มมีมากขึ้น โดยเขามีหนี้มากถึง 270 ล้านดอลลาร์ และต้องปิดบ้านที่เนเวอร์แลนด์เพื่อลดค่าใช้จ่าย  ในปี 2009 แจ็กสันแถลงข่าวว่าเขาจะจัดคอนเสิร์ต “This Is It” ที่โอทู อารีนา กรุงลอนดอน ซึ่งจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตอัลบัม HIStory เสร็จสิ้นในปี 1997  เขากล่าวว่านี่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของเขา และจะจัดแสดงเพียง 10 รอบเท่านั้น แต่ในที่สุดก็เพิ่มเป็น 50 รอบหลังจากตั๋วเข้าชมมีไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยตั๋ว 1 ล้านใบขายหมดในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง  คอนเสิร์ตมีกำหนดจะเริ่มการแสดงในวันที่ 13 กรกฎาคม 2009 และจะเสร็จสิ้นในวันที่ 6 มีนาคม 2010

ไมเคิล แจ็กสัน เป็นศิลปินที่มียอดขายผลงานสูงที่สุดในปี 2009 โดยขายได้ 8.2 ล้านชุดในสหรัฐอเมริกา และ 35 ล้านชุดทั่วโลก ในรอบ 12 เดือนหลังจากที่เขาเสียชีวิต  นอกจากนี้ ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Michael Jackson’s This Is It ยังทำรายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์สารคดีหรือภาพยนตร์คอนเสิร์ต ถึงแม้จะฉายเพียงแค่ 2 สัปดาห์ โดยทำรายได้มากกว่า 260 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก

ตลอดชีวิตการทำงานของ ไมเคิล แจ็กสัน เขาได้รับรางวัลเชิดชูความสามารถมากมาย อาทิ ได้รับการจารึกชื่อที่ Hollywood Walk of Fame เมื่อปี 1980 ในฐานะสมาชิกของวง The Jacksons และเมื่อปี 1984 ในฐานะศิลปินเดี่ยว  เขาเป็นศิลปินเพียงไม่กี่คนที่ถูกบรรจุชื่อใน Rock and Roll Hall of Fame 2 ครั้ง ครั้งแรกในฐานะสมาชิกของวง The Jackson 5 และครั้งที่ 2 ในฐานะศิลปินเดี่ยว  นอกจากนี้ เขายังถูกบรรจุชื่อใน Vocal Group Hall of Fame (ในฐานะสมาชิกวง The Jackson 5) ในปี 1999, Songwriters Hall of Fame ในปี 2002, Hit Parade Hall of Fame (ร่วมกับพี่ชาย) ในปี 2009 และ Dance Hall of Fame (ในฐานะนักเต้นเพียงหนึ่งเดียวจากโลกของเพลงป็อปและร็อกแอนด์โรลล์) ในปี 2010

Advertisements

Written by ksamphan

January 20, 2012 at 5:04 am

Posted in อื่นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: