K. Samphan

ภีมราว รามชี อัมเบดการ์

leave a comment »

แม้ว่าจะต้องพบกับความยากลำบากทั้งทางด้านฐานะทางสังคมและฐานะทางการเงิน แต่เด็กชายคนหนึ่งจากครอบครัวจัณฑาลก็เป็นคนจากวรรณะจัณฑาลคนแรกในอินเดียที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย  เขาจบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกอย่างมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน  ที่บ้านเกิด เขาคือปัญญาชนและนักการเมืองที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ถูกกดขี่ในสังคมที่ยึดมั่นในความสูงต่ำไม่เท่าเทียม ชาวอินเดียที่นับถือศาสนาพุทธกล่าวกันว่าเขาคือพระโพธิสัตว์ และเขาคือผู้ที่วิพากษ์ มหาตมา คานธี ว่าเป็นผู้ลดทอนศักดิ์ศรีของชุมชนคนนอกวรรณะให้กลายเป็นเพียงเรื่องของความน่าสงสาร

ภีมราว รามชี อัมเบดการ์ (Bhimrao Ramji Ambedkar) เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 1891  เขาเป็นบุตรชายคนที่ 14 ของ รามชี มาโลจี สักปาล กับภิมมาไพ  ถึงแม้ฐานะของครอบครัวจะยากจนและถูกทับถมจากการสังกัดในชนชั้นต่ำสุดในสังคมฮินดู แต่ รามชี สักปาล ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะให้ลูกๆ ของเขาได้รับการศึกษา เนื่องจากมันเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้ลูกๆ ของเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อัมเบดการ์ได้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาล แต่เขาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคแสนสาหัส  ตามฐานะทางสังคม เขาและเด็กคนอื่นๆ ที่มีสถานะเดียวกันจะถูกแบ่งแยกและไม่ได้รับความสนใจหรือความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นจากครู พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งในชั้นเรียน และถ้าหากหิวน้ำ พวกเขาต้องให้เด็กที่อยู่ในวรรณะสูงกว่ารินน้ำให้ดื่ม โดยพวกเขาห้ามแตะต้องภาชนะบรรจุน้ำเด็ดขาด หรือไม่พวกเขาก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากภารโรง  อัมเบดการ์เรียกสถานการณ์ในช่วงนั้นว่า “ไม่มีภารโรงก็ไม่มีน้ำ”

รามชี สักปาล เกษียณจากกองทัพอินเดียในปี 1894 หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี ภิมมาไพก็เสียชีวิต พี่สาวของรามชีต้องทำหน้าที่แม่แทนน้องสะใภ้ ทั้งหมดอยู่ในภาวะอัตคัดแสนสาหัส โดยมีเด็กๆ เพียง 5 คนเท่านั้นที่มีชีวิตรอด และมีอามเพฑกรเพียงคนเดียวที่สามารถสอบเลื่อนชั้นเรียนได้

ในปี 1907 อัมเบดการ์สอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยบอมเบย์ (มหาวิทยาลัยมุมไบในปัจจุบัน) เขาเป็นคนจากวรรณะจัณฑาลคนแรกที่ได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย โดยได้รับทุนการศึกษาจากมหาราชาแห่งบาโรดา หลังจากจบการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ เขาก็ได้รับทุนจากมหาราชาแห่งบาโรดาไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน

อัมเบดการ์กลับสู่อินเดียด้วยปริญญาพ่วงท้ายยาวเหยียด  ในปี 1918 เขาได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองที่วิทยาลัยการค้าและเศรษฐศาสตร์ซิดนาห์มในบอมเบย์ และเริ่มมีบทบาทในการเป็นตัวแทนของผู้ถูกกดขี่และแบ่งแยกในสังคมอินเดีย  ในปี 1922 เขากลับไปเรียนที่อังกฤษอีกครั้งด้วยเงินทุนส่วนตัว ในครั้งนี้เขาได้รับปริญญาโทและเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัณฑิต

หลังจากนั้น อัมเบดการ์ก็เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการแบ่งชั้นวรรณะอย่างจริงจัง  ในเวลาไม่นาน ชื่อของเขาก็เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งอินเดีย โดยเขาได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองกระแสหลักของอินเดียอย่างหนักหน่วงว่าไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องชนชั้น รวมทั้งพรรคคองเกรสอินเดียซึ่งมี มหาตมา คานธี เป็นผู้นำ  ในการประชุมของชนชั้นผู้ถูกกดขี่ (Depressed Classes Conference) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1930  อัมเบดการ์ได้เสนอว่าความปลอดภัยของชนชั้นผู้ถูกกดขี่ขึ้นอยู่กับความเป็นอิสระจากทั้งรัฐบาลและรัฐสภา เขาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งสำหรับคนในวรรณะต่ำ ซึ่งได้รับการคัดค้านจากคานธีที่เห็นว่าจะทำให้สังคมฮินดูเกิดการแบ่งแยก  ด้วยแรงสนับสนุนของคนจำนวนมากและการประกาศอดอาหารของคานธี ทำให้อัมเบดการ์ยอมยกเลิกข้อเรียกร้องดังกล่าว  โดยเขากล่าวในภายหลังว่าการอดอาหารของคานธีเป็นลูกเล่นทางการเมืองที่คานธีใช้ในการปฏิเสธสิทธิของคนในวรรณะต่ำ และรังแต่จะทำให้แรงกดดันต่อเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น  ในวันที่ 13 ตุลาคม 1935  อัมเบดการ์ประกาศว่าเขาตั้งใจจะเปลี่ยนศาสนา และชักชวนให้ผู้คนเลิกนับถือศาสนาฮินดู

ในปี 1936 อัมเบดการ์ตั้งพรรคแรงงานเสรี (Independent Labour Party) ซึ่งชนะการเลือกตั้งจำนวน 15 ที่นั่งในสมัชชานิติบัญญัติส่วนกลาง (Central Legislative Assembly)  นอกจากนี้ เขายังเขียนหนังสือออกมาหลายเล่ม โดยมุ่งเน้นที่การวิพากษ์วิจารณ์ระบบชนชั้นในสังคมฮินดู การอธิบายถึงที่มาของระบบดังกล่าว รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ความไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหาของผู้นำทางศาสนาและนักการเมือง

หลังจากอินเดียได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1947 อัมเบดการ์ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และในวันที่ 19 สิงหาคม เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของอินเดีย  อัมเบดการ์นำวิถีปฏิบัติของพระสงฆ์ในสมัยพุทธกาลและคำสอนของศาสนาพุทธที่เขาได้ศึกษามาอย่างกว้างขวาง มาใช้เป็นหลักการในการร่างเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ โดยมันได้รับการชื่นชมว่าบทบัญญัติส่วนใหญ่นั้นเป็นการวางรากฐานที่จำเป็นสำหรับเป้าหมายในการปฏิวัติสังคม

อัมเบดการ์ศึกษาคำสอนของศาสนาพุทธมาตลอดทั้งชีวิตของเขา ก่อนที่เขาจะทุ่มเทความสนใจอย่างจริงจังในช่วงท้ายของชีวิต กล่าวกันว่าเขาเสียชีวิตขณะกำลังนอนหลับในวันที่ 6 ธันวาคม 1956 ที่บ้านในกรุงเดลี

Advertisements

Written by ksamphan

January 17, 2012 at 7:23 am

Posted in อื่นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: