K. Samphan

จอห์น กริแชม

leave a comment »

วันหนึ่งในปี 1984 หลังจากได้ฟังคำให้การของเด็กหญิงวัย 12 ปีที่ถูกข่มขืน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ลงมือเขียนนวนิยายเพื่อค้นหาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากพ่อของเด็กหญิงฆ่าคนร้ายเป็นการแก้แค้น  เขาตื่นนอนตอนตี 5 ทุกวันเพื่อเขียนนวนิยายก่อนจะออกไปทำงาน  3 ปีต่อมา นวนิยายเรื่อง A Time to Kill (1989) ก็เสร็จเรียบร้อย  ถึงแม้ว่ามันจะถูกปฏิเสธจากหลายสำนักพิมพ์ แต่ในที่สุด Wynwood Press ก็ตกลงตีพิมพ์ด้วยยอดพิมพ์เพียง 5,000 เล่ม

นี่อาจจะเป็นจุดจบสำหรับงานอดิเรกของนักกฎหมายหนุ่มวัย 33 ปี  แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ลงมือเขียนนวนิยายเรื่องใหม่ทันที

The Firm (1991) นวนิยายเรื่องที่ 2 ของเขา ถูกซื้อลิขสิทธิ์นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดย Paramount Pictures ในราคา 600,000 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มผู้นี้กลายเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสำนักพิมพ์ในทันที  นวนิยายเล่มนี้ติดอันดับหนังสือขายดีของ The New York Times นานถึง 47 สัปดาห์ และเป็นนวนิยายที่ขายดีที่สุดในปี 1991

ชายหนุ่มผู้นั้นคือ จอห์น เรย์ กริแชม จูเนียร์ (John Ray Grisham, Jr.) เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1955 ที่เมืองโจเนสโบโร รัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา  เขาเป็นพี่ชายคนรองของพี่น้องทั้งหมด 5 คน  พ่อของเขาเป็นคนงานก่อสร้างและเกษตรกรปลูกฝ้าย ส่วนแม่ของเขาเป็นแม่บ้าน

กริแชมเริ่มต้นชีวิตการทำงานตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขารับค่าจ้างชั่วโมงละ 1 ดอลลาร์จากงานดูแลสวน ก่อนจะเขยิบขึ้นมาเป็นชั่วโมงละ 1.5 ดอลลาร์จากงานสร้างรั้ว  เมื่ออายุได้ 16 ปี เขาทำงานเป็นผู้รับเหมาดูแลระบบท่อประปา ก่อนจะได้งานเป็นคนงานทำถนนในปีต่อมา  ในช่วงนี้เองที่เกิดเหตุการณ์ซึ่งทำให้กริแชมต้องคิดถึงเรื่องการศึกษาอย่างจริงจัง โดยเกิดการทะเลาะวิวาทกันในหมู่คนงานและมีเสียงปืนดังขึ้น กริแชมต้องวิ่งเข้าไปหลบในห้องพัก และต้องรอจนกระทั่งตำรวจมา “ลากตัวพวกไร้การศึกษา” ไป  กริแชมตัดสินใจโบกรถกลับบ้าน และเริ่มคิดถึงการเข้าเรียน

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผ่านระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ แต่พ่อและแม่ของกริแชมก็สนับสนุนการศึกษาของลูกๆ อย่างเต็มที่  กริแชมเข้าเรียนที่วิทยาลัยนอร์ทเวสต์จูเนียร์ในเมืองเซนาโทเบีย รัฐมิสซิสซิปปี และเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดลตาสเตตในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ  เขาย้ายที่เรียนถึง 3 แห่งก่อนจะจบการศึกษาทางด้านการบัญชีจากมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปีสเตตในปี 1977  หลังจากนั้นเขาเข้าเรียนที่โรงเรียนกฎหมายโอล์มิสส์ และจบการศึกษาทางด้านกฎหมายอาญา

กริแชมอยู่ในแวดวงกฎหมายเป็นเวลาประมาณ 10 ปี รวมถึงการทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐมิสซิสซิปปีในช่วงเดือนมกราคม 1984 ถึงเดือนกันยายน 1990

เส้นทางสายนักประพันธ์ของกริแชมเริ่มต้นจากการประสบความสำเร็จของ The Firm นวนิยายเรื่องที่ 2 ของเขา หลังจากนั้นเขาจึงหันหลังให้กับวงการกฎหมาย – ยกเว้นในปี 1996 ที่เขาว่าความให้กับครอบครัวของคนงานสร้างทางรถไฟซึ่งเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติงาน โดยกริแชมช่วยให้ครอบครัวของคนงานได้รับเงินชดเชยถึง 683,500 ดอลลาร์

ในช่วงที่เขาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐมิสซิสซิปปี กริแชมจะใช้เวลาในช่วง 3 เดือนแรกของทุกๆ ปีในศาลของรัฐเพื่อรอฟังเรื่องราวที่น่าสนใจ และเรื่องราวที่น่าสนใจก็เกิดขึ้นในปี 1984 อันนำมาสู่นวนิยายเรื่องแรกของเขา

ความสำเร็จของ The Pelican Brief (1992) – หนังสือขายดีอันดับที่ 1 ของ The New York Times – และ The Client (1993) – ขึ้นอันดับที่ 1 เช่นกัน – ช่วยยืนยันการเป็นหมายเลขหนึ่งของกริแชมทางด้านนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวน  นอกจากนี้ A Time to Kill ซึ่งตีพิมพ์ใหม่อีกครั้งทั้งแบบปกแข็งและปกอ่อนก็ติดอันดับหนังสือขายดีเช่นกัน

นับตั้งแต่ตีพิมพ์ A Time to Kill ในปี 1984  กริแชมมีผลงานตีพิมพ์ปีละ 1 เรื่อง ซึ่งทุกเรื่องติดอันดับหนังสือขายดีทั่วโลก  ณ ปัจจุบัน หนังสือของกริแชมได้รับการตีพิมพ์ไปแล้วมากกว่า 250 ล้านเล่มทั่วโลก ได้รับการแปลเป็นภาษาอื่นๆ ถึง 29 ภาษา และนวนิยายของเขา 9 เรื่องถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ [The Firm, The Pelican Brief, The Client, A Time to Kill, The Rainmaker (1995), The Chamber (1994), A Painted House (2001), The Runaway Jury (1996) และ Skipping Christmas (2001)]

The Innocent (2006) และ Ford County (2009) คือผลงานที่ไม่ใช่นวนิยายและรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของกริแชม ตามลำดับ

ภายในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปีสเตตมีห้องจอห์น กริแชม ซึ่งเก็บรวบรวมเอกสารของกริแชมในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐมิสซิสซิปปีและเอกสารของเขาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเขียน

ในช่วงที่ไม่ได้เขียนหนังสือ กริแชมอุทิศเวลาให้กับการทำงานการกุศล โดยล่าสุดเขาก่อตั้งกองทุน Rebuild The Coast เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งกัลฟ์ทางภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนแคทรินา  นอกจากนี้ ความรักในกีฬาเบสบอลก็ยังคงอยู่คู่กับเขาเสมอมา (ในวัยเด็ก กริแชมใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเบสบอลอาชีพ) โดยกริแชมได้รับเลือกให้เป็นผู้ควบคุมการแข่งขันเบสบอลลีกระดับเยาวชนของเมืองออกซฟอร์ด รัฐมิสซิสซิปปี และเมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย  สนามเบสบอลทั้ง 6 สนามของเขาต้อนรับเด็กๆ มากกว่า 250 คนจากทีมเบสบอลทั้งหมด 26 ทีม

ในเดือนตุลาคม 2006 กริแชมให้สัมภาษณ์ในรายการ Charlie Rose Show ว่า โดยปกติเขาจะใช้เวลาเขียนหนังสือเพียง 6 เดือนเท่านั้น และนักเขียนคนโปรดของเขาคือ จอห์น เลอ คาร์ (John le Carré)

Advertisements

Written by ksamphan

January 12, 2012 at 7:12 am

Posted in อื่นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: