K. Samphan

Archive for April 2008

หนังประจำสัปดาห์ (14-20 เม.ย.)

leave a comment »

Love in the Time of Cholera, 2007, Mike Newell, USA, B

Advertisements

Written by ksamphan

April 21, 2008 at 4:49 am

หนังประจำสัปดาห์ (7-13 เม.ย.)

leave a comment »

Always: Sunset on Third Street 2, 2007, Takashi Yamazaki, Japan, B+

Persepolis, 2007, Vincent Paronnaud and Marjane Satrapi, France/USA, A

Shanghai Dreams, 2005, Wang Xiaoshuai, China, A+

Written by ksamphan

April 11, 2008 at 9:15 am

หนังประจำสัปดาห์ (31 มี.ค. – 6 เม.ย.)

with 3 comments

Song of the Spring Pony, 1985, Seijirô Kouyama, Japan, A+

ผมไปเยือนมูลนิธิญี่ปุ่นอีกครั้งตอนเย็นวันอังคารที่ 1 เมษายน หลังจากร้างลาไป 1 เดือนเต็ม เที่ยวนี้ตั้งใจว่าจะพยายามเก็บโปรแกรมของเดือนเมษายนให้ครบ แต่ในที่สุดก็พลาดโปรแกรมของวันศุกร์ที่ 4 ไปเป็นที่เรียบร้อย และช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็มีวี่แววว่าอาจจะพลาดอีกเช่นกัน

ธีมของหนังเดือนเมษายนคือ “ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว” (Spring has Come) หลังจากอ่านเรื่องย่อของหนังแต่ละเรื่อง และหลังจากที่ได้ดู Song of the Spring Pony เราก็พอจะเห็นว่าเนื้อหาของหนังแต่ละเรื่องนั้นคงจะเชื่อมโยงอยู่กับฤดูใบไม้ผลิ–ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม–อันสืบเนื่องมาจากความหดหู่เหน็บหนาวในฤดูหนาว เรื่องของการฝ่าฟันปัญหาทั้งภายนอกและภายในของตัวละคร จนกระทั่งพบทางออกหรือความสดชื่นแจ่มใสที่มาพร้อมกับฤดูใบไม้ผลิ

โฮชิโน บันโซ และ เคจิ คือสองตัวละครหลักในหนังเรื่องนี้ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคแห่งชีวิต คนหนึ่งเป็นชายชราที่สูญเสียพ่อและลูกชายในสมรภูมิ และตนเองก็มีบาดแผลอันยากจะสมานเช่นเดียวกับอดีตนักรบคนอื่นๆ ส่วนอีกคนเป็นเด็กชายที่ขาข้างหนึ่งต้องพิการไปตลอดชีวิตจากโรคโปลิโอ

ชายชราซึ่งชีวิตที่ผ่านมาเต็มไปด้วยบาดแผล กับเด็กน้อยไร้เดียงสาซึ่งเพิ่งถูกท้าทายจากโชคชะตา ทั้งสองคือปู่และหลานที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคแห่งชีวิตร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของชนบทญี่ปุ่นหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง

หนังไม่ได้พูดถึงสงครามตรงๆ จะมีก็ตั้งแต่ตอนต้นเรื่องที่เกริ่นว่าหนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ฝ่ายสัมพันธมิตรแล้ว แต่บรรยากาศของสงครามก็ยังคงคุกรุ่นอยู่เกือบทั้งเรื่องผ่านทางตัวละครที่ชื่อ โฮชิโน บันโซ และสำหรับผม นี่เป็นวิธีที่พูดถึงสงครามได้อย่างชาญฉลาดมาก แถมยังดึงอารมณ์ของคนดูได้อย่างมหาศาล

นอกจากเรื่องสงคราม หนังยังสอดแทรกวิถีชีวิตของชาวบ้านไว้อย่างน่าสนใจ–ซึ่งนักการตลาดด้านการท่องเที่ยวของบ้านเราน่าจะดูไว้เป็นแบบอย่าง–การถ่ายทอดขนบธรรมเนียมประเพณีที่อยู่บนพื้นฐานของความเคารพและความเข้าใจนั้นงดงามและทรงพลังกว่ามหกรรมต่างๆ นานาที่การท่องเที่ยวฯ และหน่วยงานต่างๆ ของบ้านเราจัด(สร้าง)ขึ้นอย่างเทียบกันไม่ได้

“ระบำม้า” ที่แวะเวียนไปตามบ้านต่างๆ เพื่ออวยพรให้พืชผลทางการเกษตรของแต่ละบ้านได้ผลดีนั้นสร้างความประทับใจให้กับคนดูที่อาจไม่เคยรู้จักประเพณีนี้เลยเป็นอย่างมาก ผู้แสดงเพียง 3 คน อุปกรณ์ให้จังหวะ 1 ชิ้น และการเต้นรำแบบง่ายๆ แต่ก็แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณของชาวไร่ชาวนาที่วิถีชีวิตผูกโยงอยู่กับดินฟ้าอากาศและพืชพันธุ์ธัญญาหารอย่างแนบแน่น

ถึงแม้เราอาจจะไม่พบภาพเหล่านี้อีกแล้วในหนังญี่ปุ่นรุ่นใหม่–หรือแม้แต่ในชนบทของญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน–แต่อย่างน้อย มันก็ยังถูกบันทึกไว้บนแผ่นฟิล์ม และเป็นสมบัติล้ำค่าที่มูลนิธิญี่ปุ่นเก็บรักษาเอาไว้ และทำหน้าที่เผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้มีโอกาสเรียนรู้และทำความเข้าใจ

Written by ksamphan

April 7, 2008 at 5:34 am