K. Samphan

Archive for October 2007

Pleasure Factory: น้ำตาของใคร?

leave a comment »

pleasure.jpg

pfactory2.jpg

“ใครจะรู้ ใครจะเห็น ใครจะเป็นผู้เห็นใจ ใครจะมาคิดจริงใจ ผ่านเลยไป ไม่จริงจัง”

ผมได้ยินเพลงเพลงนี้ตั้งแต่ยังเด็ก ร้องจนจำได้ขึ้นใจก็ตั้งแต่ยังเด็ก แต่เพิ่งจะเข้าใจความหมายของ “นางงามตู้กระจก” จริงๆ ก็เมื่อเรียนจบและมีเงินพอจะออกตระเวนราตรีในกรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โลกยามค่ำคืนของวัยหนุ่มมักจะเริ่มต้นกันที่วงเหล้า ก่อนจะกระจัดกระจายไปสู่อาณาบริเวณอื่นๆ ตามแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคนจะเอื้ออำนวย

ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็น “กลางคืน” แต่โลกใบนี้กลับเต็มไปด้วยแสงกระพริบระยับแวววาว ดึงดูดใครต่อใครให้หลงใหลไปกับความงดงามภายนอก เสียงหัวเราะพูดคุยของเพื่อนต่างเพศ เสียงดนตรีทั้งอึกทึกและนุ่มนวลตามแต่รสนิยม และ “ความรู้สึก” ว่าได้ปลดปล่อยชำระสะสางสิ่งคั่งค้างภายใน

โลกใบนี้จึงมีเสน่ห์ไม่สิ้นสุด มันเหมือนกับเป็นโลกที่เราสามารถกำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมได้ในระดับหนึ่ง ความปรารถนาของเราได้รับการตอบสนอง มันปิดกั้นข้อผูกมัดทางศีลธรรมได้แทบจะหมดจดมิดชิด และบางคนอาจจะค้นพบ “ชีวิตที่แท้จริง” ได้ในโลกใบนี้

ตราบใดที่เรามี “สิ่งนั้น” อยู่ในมือเพียงพอ

แต่ภายใต้สีสันอันงดงามที่ฉาบทาอยู่ภายนอก ไม่มีใครปฏิเสธว่าโลกใบนี้ได้ทำลายชีวิตและจิตใจของผู้คนมานับไม่ถ้วน

สำหรับบางคน นี่เป็นโลกที่อันตราย โลกที่ไม่ควรเข้าไปข้องแวะชิดใกล้

แต่สำหรับบางคน นี่คือโลกที่ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้จะต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจเอากลับคืนมาได้ก็ตาม

สังคมกลางคืนจึงเป็นส่วนผสมอันน่าพิศวงระหว่างความสุขกับความเศร้า ภายใต้รอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะของใครบางคน เราอาจไม่แน่ใจว่าเขากำลังรู้สึกแบบนั้นจริงๆ หรือว่าแสร้งทำเพื่อกลบเกลื่อนเสียงร่ำไห้ที่ไม่มีวันจางหาย

Pleasure Factory (2007) บอกเล่าเรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกของคนกลางคืนได้อย่างน่าประทับใจครับ สำหรับคนไทย ผมคิดว่ามันคงประทับใจยิ่งกว่านี้ถ้าบรรยากาศในหนังจะเป็นย่านพัฒน์พงษ์ รัชดาภิเษก หรือ RCA แทนที่จะเป็นย่านเกย์ลางบนเกาะสิงคโปร์

โลกกลางคืนดำรงอยู่จริงบนโลกใบนี้ แม้ว่าสังคมโดยรวมจะแสร้งหลับหูหลับตาราวกับว่ามันไม่มีอยู่ก็ตาม

ชีวิตคนกลางคืนก็คือชีวิตจริงๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง มีเลือด มีเนื้อ มีดีใจ มีเสียใจ มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง มีบ้าน และมีความรัก

ความพิเศษของ Pleasure Factory ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ การถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมในมุมที่คนส่วนใหญ่ (ทำเป็น) ไม่อยากมอง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ถ่ายทอดต้องใช้ความเป็นมนุษย์เข้าไปเรียนรู้และทำความเข้าใจ คนดูจึงจะเห็นความเป็นมนุษย์ที่อยู่ภายใต้คราบเปลือกของโสเภณี แมงดาคุมซ่อง คนเชียร์แขก แม่เล้า หรือแม้แต่ลูกค้าที่ไปเที่ยว

ฉากที่ลินดา (หยาง กุ้ยเหมย) ร้องไห้นั้น เป็นฉากหนึ่งที่น่าประทับใจมากทีเดียวครับ ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน รู้แต่เพียงว่าเธอเป็นโสเภณีรุ่นใหญ่ และมีรูปลูกสาวในวัยเด็กพกติดกระเป๋าสตางค์ แต่เมื่อน้ำตาของเธอเริ่มรื้นมาอยู่ที่ขอบตา เราก็สัมผัสได้กับความทุกข์ของเธอที่เอ่อล้นอยู่ภายในจิตใจ

กล้องโคลสอัพไปที่ใบหน้าของเธอ ในขณะที่หนุ่มนักดนตรี (เอียน ฟรานซิส โลว) กำลังยืนร้องเพลงอยู่ข้างๆ เธอดูสับสน วิตกกังวล ในขณะที่ดนตรีบรรเลง น้ำตาของเธอก็ค่อยๆ รื้นอยู่ที่ริมขอบตา ก่อนจะไหลลงมาเป็นสายอาบสองข้างใบหน้า

หยาง กุ้ยเหมย ถ่ายทอดฉากออกมานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการแสดงฉากนี้เพียงฉากเดียว เธอก็แทบจะฉายภาพชีวิตทั้งชีวิตของลินดาออกมาให้ผู้ชมได้เห็น เราสัมผัสได้ถึงความทุกข์ที่ท่วมทับอยู่ภายในจิตใจของเธอ ความวิตกกังวลกับอนาคตที่ดูเหมือนจะมืดมนซึ่งรอเธออยู่ข้างหน้า และความเด็ดเดียวเข้มแข็งในแบบฉบับของผู้หญิง ในทันทีที่เธอปาดเช็ดน้ำตา และเรียกคริส (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) กับสาวน้อยอีกคนหนึ่ง (อิซาเบลลา เฉิน) ให้เริ่มกินอาหาร

และผมยังไม่เคยเห็นนักแสดงท่านไหนที่สื่อความหมายของการสูบบุหรี่ได้ชัดเจนและงดงามอย่างที่เธอทำให้เห็นในหนังเรื่องนี้

อีกฉากหนึ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันก็คือ ฉากระหว่างโจนาธาน (ลู ซิฮาน) กับโสเภณีคนหนึ่ง (ชู เอ้อ) ฉากแบบนี้คงจะเป็นฉากวาบหวิวอิโรติกธรรมดาถ้าหากหนังวางความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองในแบบลูกค้ากับหญิงขายบริการทางเพศ แต่เมื่อหนังปฏิเสธขนบดังกล่าว (แม้จะเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในโลกแห่งความจริงก็ตาม) และเลือกที่จะให้ตัวละครทั้งสองสัมผัสสัมพันธ์กันในฐานะของมนุษย์กับมนุษย์ เราจึงไม่เห็นว่าเขาคือลูกค้าผู้มากตัณหา และเธอคือหญิงขายบริการทางเพศที่น่าหยามหยัน

บทสนทนาในช่วงท้ายระหว่างทั้งคู่นั้นน่าสนใจมากครับ มันทั้งน่าเศร้าและน่าประทับใจในเวลาเดียวกัน

“แล้วฉันจะได้เจอคุณอีกหรือเปล่า”
“ล้อเล่นน่า”
“วันหลังถ้าเจอฉันยืนอยู่ริมถนนก็เข้ามาทักทายบ้างแล้วกัน”

เกย์ลาง คือแหล่งรวมของสถานบันเทิงบนเกาะสิงคโปร์ มันเป็นที่รวมของคนหลากเชื้อชาติ หญิงขายบริการจากหลากหลายประเทศรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นจีน ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ มันเป็นย่าน “สกปรก” ของประเทศที่ทันสมัยก้าวหน้าอย่างสิงคโปร์ แต่นี่คือด้านที่เอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับชาวไทยเลือกที่จะทำ และผมก็อยากจะเห็นด้าน “สกปรก” ของเมืองไทยถูกสร้างเป็นหนังดีๆ แบบนี้บ้าง

เอกชัยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“เกย์ลางมันเป็น labyrinth (เขาวงกต) คือในหลักของสถาปัตยกรรมนั้น มันมีทั้งส่วนที่เป็น pattern (ส่วนที่เป็นโครงสร้าง เป็นระบบ) และส่วนที่ยุ่งเหยิง (chaos) สิงคโปร์คือ pattern ขณะที่เกย์ลางเป็น chaos มันเป็นเหมือนของคู่กัน

“สิงคโปร์เป็นสังคมที่เป็นระบบระเบียบมาก เป็นสังคมที่ไร้มลทิน แต่เกย์ลางเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง เกย์ลางเป็นเหมือนจุดด่างดำที่สิงคโปร์แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แม้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันมีชีวิตอยู่จริงๆ”

สำหรับสังคมที่ไร้ระบบระเบียบและมีมลทินเต็มไปหมดอย่างสังคมไทย น่าลุ้นระทึกเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อไหร่จะมีหนังแบบ Pleasure Factory ออกมาเสียที

………

สำหรับผม น้ำตาของลินดาคือบทสรุปของหนังเรื่องนี้
แม้น้ำตาของเธอจะหลั่งออกมาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายใน
แต่ผมเชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีส่วนทำให้เธอต้องร้องไห้
โศกนาฏกรรมแห่งชีวิตเช่นนี้จะดำเนินไปไม่มีวันสิ้นสุด
ตราบใดที่มนุษย์ยังคงแบ่งโลกออกเป็นสองด้าน—กลางวันและกลางคืน

Written by ksamphan

October 19, 2007 at 2:12 pm

เหมือนวันใบไม้ร่วง

with 7 comments

กับความอาทรที่อ่อนล้า

กับศรัทธาที่สร้อยเศร้า

แตะแต่น้อยลอยคว้างแต่บางเบา

คว้าเงาแนบประทับกับทรวง

..

บอบบางจริงหนอ… สัมพันธ์

เหมือนวันใบไม้ใกล้ร่วง

หมางเมินเหินห่างด่างดวง

ไม่อยากจะทวงทักถาม

..

คว้าง คว้าง ใบไม้

วูบวาบ หวามไหว วาบหวาม

ก็ได้แต่แค่… มองตาม

ยามร่วงพลิ้วพลิกผัน

..

แม้จะเจ็บเพียงใดยังไร้สิทธิ์

ชีวิต… กระไร… เหน็บหนาว

แม้ยิ้ม ตาวูบไหว ใจรอนราว

มิอาจก้าว แต่ต้อง… ก้าวต่อไป

..

โหยหา… ยิ่งนัก

โหยหาความรักเคยให้

โหยหาวันเก่าๆ ที่เข้าใจ

วันนี้กลับร้างห่างไกลกัน

..

ไกลเหลือเกิน

ดุจดั่งภาพฝันของวันก่อน

เหลือแต่ใจไหวสั่นหวั่นสะท้อน

มีเพียงฉัน อ้างว้าง… เดียวดาย

Written by ksamphan

October 7, 2007 at 5:49 am

Posted in อื่นๆ