K. Samphan

ความฝันของหนู

with one comment

111.jpg

04.jpg

มัตซูโกะ คาวาจิริ (Miki Nakatani) เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1947 ที่เมืองฟูกูโอกะ เธอเป็นพี่สาวคนโตของน้องสาวกับน้องชาย คุมิ (Mikako Ichikawa) น้องสาวของเธอ ร่างกายอ่อนแอ พ่อกับแม่ต้องคอยดูแลเธอตลอดเวลา นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่มัตซูโกะคิดว่าเธอไม่ค่อยได้รับความสนใจจากพ่อและแม่มากนัก ตอนเด็กๆ ในระหว่างที่ไปเที่ยวสวนสนุกกับพ่อ (Akira Emoto) มัตซูโกะค้นพบวิธีที่จะทำให้พ่อของเธอยิ้มและหัวเราะได้โดยบังเอิญ การที่เธอสามารถทำให้พ่อที่ดูเหมือนจะมีความทุกข์อยู่ตลอดเวลายิ้มและหัวเราะได้ นับเป็นความสุขที่แสนวิเศษอย่างหนึ่งของเธอ นอกเหนือจากการร้องเพลง

ปี ค.ศ. 1971 มัตซูโกะอายุ 24 ปี ทำงานเป็นครูในโรงเรียนมัธยม ชีวิตของเธอดูเหมือนจะกำลังไปได้สวย เธอมีความสุขกับการทำงาน และดูเหมือนกำลังจะมีความรักกับครูหนุ่มรูปหล่อ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เธอถูกไล่ออกจากโรงเรียน หลังจากนั้นก็ทะเลาะกับพ่อ เธอหนีออกจากบ้าน

มัตซูโกะไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่อกับแม่ของเธออีกเลยนับจากวันนั้น

ปี ค.ศ. 1973 มัตซูโกะอายุ 26 ปี อยู่กินกับนักเขียนชื่อยาเมกาวะ เท็ตซูยะ (Kudo Kankuro) มัตซูโกะคิดว่าเธอค้นพบคนที่รักเธออย่างแท้จริงแล้ว ไม่ว่ายาเมกาวะจะทำร้าย ด่าว่า หรือรีดไถเงินจากเธออย่างไรก็ตาม

ยาเมกาวะฆ่าตัวตายต่อหน้ามัตซูโกะ โดยไร้ซึ่งเหตุผลหรือคำอธิบาย

โลกสีขาวสดใสของหนูน้อยมัตซูโกะ กลับกลายเป็นมืดมิดทึบทึมนับจากวันนั้น

มัตซูโกะอยู่กินกับผู้ชายอีกหลายคนหลังจากนั้น ชีวิตของเธอกวัดแกว่งไปมาระหว่างความสุขกับความเศร้า ความหวังกับความสิ้นหวัง ความโหดร้ายทารุณกับความอ่อนโยน ชื่อเสียงกับความหว้าเหว่

และการได้รักกับการถูกรัก

ปี ค.ศ. 2001 ศพของมัตซูโกะถูกพบอยู่ริมแม่น้ำที่เธอจะมานั่งมองเป็นประจำ ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยบาดแผล ในมือกำนามบัตรของใครสักคนไว้แน่น และบนผนังห้องพักของเธอที่อยู่ใกล้ๆ กัน มีข้อความลายมือของเธอเขียนไว้ว่า “ขอโทษที่ฉันเกิดมา”

Memories of Matsuko (2006) เป็นหนังเศร้าครับ ต่อให้ผู้กำกับ Tetsuya Nakashima (1959) จะใช้ลูกเล่นทางด้านภาพ แสง และเสียงอันโดดเด่นฉูดฉาดเพียงใดมาลดทอนอารมณ์หม่นทึม แต่ความเศร้าและคำถามมากมายก็ยังเกาะกุมหัวใจคนดูอยู่ดี

ชีวิตของมัตซูโกะสอนอะไรเราหลายอย่าง ไม่เฉพาะผู้หญิงหรอกครับ ผู้ชายอย่างผมดูแล้วก็สะอึกเหมือนกัน เพราะการที่ชีวิตของมัตซูโกะเหมือนกับตกนรกทั้งเป็นนั้น ล้วนมีเหตุผลมาจากผู้ชายทั้งสิ้น จากเด็กสาวน่ารักที่มีปมด้อยเรื่องการต้องการความรักจากพ่อ เติบโตเป็นหญิงสาวที่ไร้พลังที่จะมีชีวิตอยู่โดยลำพัง แม้ว่าการใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่เธอรักจะไม่ต่างจากการอยู่ในขุมนรกก็ตาม

อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เคยเขียนไว้ว่า บางทีมนุษย์เราก็ต้องถอยห่างออกมาจากกันบ้าง เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ความหมายก็คือเราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยลำพังบ้าง เพื่อที่เราจะได้เห็นตัวเองและคนอื่นชัดขึ้น

แต่สำหรับมัตซูโกะ พื้นฐานจากวัยเด็กและความรักครั้งแรกที่จบลงอย่างโหดร้ายทารุณ คงส่งอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตของเธอ เธอไม่แข็งแรงพอที่จะยอมรับความจริงที่ว่าเธอต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีคนที่รักเธอ ชีวิตของเธอล่มสลาย เพราะเธอต้องการความรักจากคนอื่นมากเกินไป

เรื่องราวแบบนี้คงเกิดขึ้นกับผู้หญิงบนโลกนี้นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่ผู้หญิงจะปฏิเสธบทบาทของการเป็นช้างเท้าหลัง และก้าวขึ้นมามีชีวิตที่ไม่ถูกจำกัดอยู่ภายใต้กรอบคิดของเพศชายดั่งเช่นที่เคยเป็นมา แต่มัตซูโกะอาจเป็นตัวแทนของผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งในทศวรรษ 1970 ต่อเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน ที่ส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเธอถูกกำหนดและตีกรอบไว้แล้วโดยเพศชาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งลำพังการปรับเปลี่ยนบทบาทและสถานะทางสังคมไม่อาจทำให้พวกเธอหลุดพ้นจากพันธนาการเหล่านั้นได้

การเปรียบมัตซูโกะเป็นเช่นพระเจ้าในตอนท้ายของหนัง เพราะความรักที่เธอมีให้กับผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน และการที่ดูเหมือนเธอจะยินยอมรับความทุกข์ทรมานมาไว้กับเธอเพียงผู้เดียว สุดท้ายแล้วก็อาจเป็นแค่การตอกย้ำว่า นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างมัตซูโกะจะทำได้

[เมกูมิ (Asuka Kurosawa) เพื่อนสนิทที่พบกันในคุกของมัตซูโกะ เป็นผู้หญิงหนึ่งในสามคนที่ปรากฏตัวในหนัง (อีกคนหนึ่งคือคุมิ น้องสาวผู้อ่อนแอของมัตซูโกะ) เธอเป็นหญิงแกร่งที่เติบโตจากการเป็นดารา AV จนกระทั่งกลายเป็นประธานบริษัทผลิตหนัง AV เอง ซึ่งแน่นอน เธอไม่ได้รับการยกย่องแบบมัตซูโกะ เพราะเธออาจจะแข็งแกร่งเกินไป]

สิ่งหนึ่งที่น่าสะเทือนใจก็คือ ตอนเป็นเด็ก เรามักจะถูกถามอยู่เสมอว่า โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?

หนังเรื่องนี้ตอบคำถามนี้ว่า

“เด็กผู้หญิงทุกคนต่างก็อยากจะโตขึ้นเป็นสโนไวต์หรือไม่ก็ซินเดอเรลล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป โลกสีขาวแสนสวยของพวกเธอก็กลับกลายเป็นมืดมิดทึบทึม และมีอีกาสีดำบินว่อนอยู่เต็มท้องฟ้า”

หมายเหตุ: อ่านประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่

Advertisements

Written by ksamphan

July 6, 2007 at 10:08 am

One Response

Subscribe to comments with RSS.

  1. “เด็กผู้หญิงทุกคนต่างก็อยากจะโตขึ้นเป็นสโนไวต์หรือไม่ก็ซินเดอเรลล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป โลกสีขาวแสนสวยของพวกเธอก็กลับกลายเป็นมืดมิดทึบทึม และมีอีกาสีดำบินว่อนอยู่เต็มท้องฟ้า”

    หวังว่าอนาคตของเด็กไทย คงไม่มืดลงกว่านี้
    อย่างน้อย ผมจะช่วยไล่อีกาให้

    ไว้ผมจะลองหามาดูบ้าง

    kanapo

    July 25, 2007 at 12:17 pm


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: