K. Samphan

19: “เวลาของเราจะหยุด หากเรากล้าวิ่งตามแสงสว่างที่ส่องอยู่เบื้องหน้า”

with 3 comments

19 ปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะหนังสั้นเมื่อปี 1996 หนังได้รับรางวัลจากเทศกาลหนัง PIA ก่อนที่ผู้กำกับคาซูชิ วาตานาเบะ จะพัฒนามันขึ้นเป็นหนังยาวและร่วมแสดงเองด้วยในปี 2000 ซึ่งส่งผลให้เขาได้รับรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังซาราเจโว และทาคาชิ มิอิเกะ ขอให้เขานำบุคลิกแบบเดียวกันนี้ไปใช้แสดงใน Visitor Q ด้วย

วาตานาเบะให้สัมภาษณ์ว่า จุดเริ่มต้นและตอนจบของหนังนั้นมีที่มาจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเขา แต่เรื่องราวระหว่างนั้นเป็นเขาคิดขึ้นมาเอง เรื่องของชายหนุ่ม 3 คน (คาซูชิ วาตานาเบะ, มาซาชิ เอนโดะ, เรียว ชินเมียว) ที่ลักพาตัวเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งมาเป็นเพื่อนร่วมทาง หนังไม่ได้บอกว่าแต่ละคนเป็นใครมาจากไหน เราไม่รู้ว่าพวกเขาชื่ออะไร (นอกจากเด็กหนุ่มคนนั้น) ขับรถมาจากที่ไหน ทำไมถึงมาแวะจอดที่ถนนสายนี้ และยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ที่จู่ๆพวกเขาก็ลงมาตุ๊ยท้องเด็กหนุ่มและจับโยนขึ้นรถไปด้วยกัน

การเดินทางที่ (เสมือน) ไร้จุดหมาย หนังปักธงปลายทางไว้เลือนลางผ่านทางคำพูดของ 1 ใน 3 (เอนโดะ) เพียงว่า “เวลาของเราจะหยุด หากเรากล้าวิ่งตามแสงสว่างที่ส่องอยู่เบื้องหน้า” ชายหนุ่มยกคำพูดของไอสไตน์ขึ้นมากล่าว ราวกับมันเป็นปฐมบทและบทสรุปของการเดินทาง

จากจุดเริ่มต้นของการขอให้ช่วยนำทางไปยังสวนแห่งหนึ่ง ทั้งอูซามิ (ไดอิจิโร คาวาโอกะ) ที่ถูกลักพาตัวและคนดู คงไม่มีทางทราบเหตุผลที่แท้จริงของการลักพาตัวครั้งนี้ มันดูราวกับว่าบางสิ่งเบื้องบนกำหนดให้อูซามิต้องร่วมเดินทางไปกับพวกเขา ครั้งหนึ่งอูซามิถามชายที่พกกล้องถ่ายรูปติดตัวตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่เขาจึงจะได้กลับบ้าน ชายหนุ่มตอบว่า “ยังคิดถึงเรื่องนั้นอีกหรือ…พวกเขา (อีก 2 คนที่เหลือ) ก็ทำแบบนี้กับอั๊ว (หรืออาจรวมถึงคนดูด้วย?) เหมือนกัน”

ภาพเกรนแตก เสียงกีตาร์เสียดแทงหัวใจ บทสนทนานับคำได้ และบุคลิกที่แตกต่างของชายหนุ่ม 4 คน ผลักดันให้การเดินทางครั้งนี้ซุกซ่อนความหมายอย่างน่าประหลาด จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หลายคนคงรู้สึกว่า 19 เป็นหนังที่ทั้งเก๋และเท่ในแบบที่ไม่ต้องเสแสร้ง แบบที่ไม่ต้องบอกให้คนดูรู้ว่าตัวเองเป็น และแบบที่ไม่ได้ต้องการเป็นผู้นำของเทรนด์ใดๆ

สองสิ่งที่เราสัมผัสได้ง่ายๆจากการดูหนังเรื่องนี้ก็คือพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างอูซามิกับเพื่อน (รุ่นพี่) ทั้งสามและพฤติกรรมที่ดูขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกของพวกเขาซึ่งดูเหมือนวาตานาเบะจะพยายามเชื่อมโยงมันกับอะไรบางอย่าง ฉากหนึ่งที่หนังสื่อออกมาก็คือ การก้มลงไปยกขาทั้งข้างของอูซามิขึ้นมาแบบที่คนดูคงตกใจไม่แพ้เจ้าตัวว่าหนุ่มน้อยของเราจะโดนอะไรอีกด้วยเหตุผลเพียงว่ามีมดอยู่บนพื้น

การกระทำที่ดูเกินจริงครั้งนี้ทำให้คนดูหัวเราะและช่วยสานสายใยสัมพันธ์ระหว่างผู้ชาย (แบบหนึ่ง) กับผู้ชาย (อีกแบบหนึ่ง) ได้อย่างน่าทึ่ง การแสดงความห่วงใยในแบบผู้ชายลักษณะนี้ หญิงสาวหลายคนคงบอกว่ามันน่ารักอยู่ไม่หยอก

ขณะเดียวกัน ในระหว่างพวกเขา 3 คนก็มีภาพน่ารักๆ อยู่เหมือนกัน ฉากหนึ่งในระหว่างที่คนหนึ่งกำลังสูบบุหรี่ อีกคนเดินเข้ามา หยิบซองบุหรี่ในกระเป๋าเตรียมจุดสูบบ้าง แต่ในซองกลับว่างเปล่าไม่มีบุหรี่เหลืออยู่ เขายืนนิ่งมองไปเบื้องหน้า อีกคนหนึ่งจึงยื่นซองบุหรี่ของตนส่งมาให้ เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันขาวขุ่น และมองไปเบื้องหน้าเหมือนเดิม ไร้คำพูด ไร้รอยยิ้ม แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก

พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ได้แสดงออกเฉพาะเพียงในพวกเดียวกัน ในร้านอาหาร เราเห็นหัวโจก (วาตานาเบะ) พูดคุยกับเด็กคนหนึ่งอย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามองเขาผิดไป ในซุปเปอร์มาเก็ต เราเห็นคนหนึ่งก้มลงเก็บกล่องสินค้าที่ถูกเด็กวิ่งชนตกลงมาเมื่อพนักงานร้องบอก เพราะคิดว่าเขาเป็นคนทำตก สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็คงทำแบบนั้นในสถานการณ์เดียวกัน แต่การที่เราเห็นพวกเขาลงจากรถไปอัดคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพื่อจะเอาเงินไปซื้อกาแฟกระป๋อง หลังจากนั้นเราเห็นพวกเขาซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตโดยไม่จ่ายเงิน เราเห็นพวกเขาขโมยรถ หรือเราเห็นพวกเขา (อาจจะ) ฆ่าคนตาย พฤติกรรมที่ขัดแย้งกันในลักษณะนี้ ทำให้เราอดถามตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วพวกเขาเป็นคนแบบไหน

ในหนัง อูซามิถามเวลาจากชายหนุ่มคนเดียวกันสองครั้ง และคำตอบที่ได้ก็เป็นเวลาเดียวกันทั้งสองครั้ง เวลาของพวกเขาอาจจะหยุดลงจริงๆ ตามที่ไอสไตน์บอก แต่แสงสว่างที่ส่องนำทางให้กับพวกเขานั้นมันเป็นแสงประเภทไหน แสงจากไฟนีออน แสงเทียนวิบแวม หรือแสงจากสปอตไลท์ดวงใหญ่ บางทีเวลาของพวกเขาอาจเริ่มต้นเดินอีกครั้งเมื่อพวกเขาขับรถมาถึงด่านตรวจในตอนท้าย

ทั้งสามคนแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดขณะที่ตำรวจทำการตรวจค้น เพราะในรถมีสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ คนขับเตรียมออกรถหากเกิดสถานการณ์คับขัน อีกคนยกมือขึ้นกระชับหมวกที่สวมอยู่เตรียมพร้อมทำบางสิ่งบางอย่าง และอีกคนเอื้อมมือไปกระชับด้ามปืนที่บั้นเอว พวกเขาดูแตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาเป็นมาตลอดทั้งเรื่อง จากผู้เข้มแข็งที่ดูเหมือนไม่สนใจในกฎเกณฑ์ใดๆ ณ บัดนี้ พวกเขากลับมาเป็นเหมือนปุถุชนคนธรรมดาอีกครั้งหนึ่ง

ความวิตกกังวล ความว้าวุ่นใจ และสามัญสำนึกของมนุษย์ ช่วยไขลานนาฬิกาของพวกเขาอีกครั้ง

และแน่นอน มันหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ของอูซามิด้วยเช่นกัน

2000 GAGA COMMUNICATIONS. INC.
Director: Kazushi Watanabe
Japan, 35mm, color, 82min
Cast: Daijiro Kawaoka, Kazushi Watanabe, Ryo Shinmyo,Takeo Noro, Masashi Endo, Nachi Nozawa

Sarajevo Film Festival, the Special New Director Award
Seoul Net Festival, Digital Express Special Prize
Toronto International Film Festival, 2000
Torino Film Festival
Taipei Golden Horse Film Festival
Raindance Film Festival
Popcorn Film Festival
Takasaki Film Festival
Singapore International Film Festival
Nemo Film Festival

Advertisements

Written by ksamphan

December 14, 2005 at 7:31 am

3 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. Great goods from you, man. I have understand your stuff previous to and you’re just extremely great.
    I actually like what you have acquired here, really like what you’re
    saying and the way in which you say it. You make it entertaining and you still care for to keep it smart.

    I can not wait to read much more from you. This is actually
    a terrific site.

  2. […] >>>อ่านเพิ่ม<<< […]


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: