K. Samphan

คนเล็ก หัวใจใหญ่

leave a comment »

หน้าที่หนึ่งของรัฐบาลสมัยใหม่ คือการส่งมอบบริการสาธารณะด้านต่างๆ ให้กับประชาชนในความดูแลของตน แต่นับจากรัฐชาติสมัยใหม่ก่อกำเนิดจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลสมัยใหม่ก็ยังคงไม่สามารถส่งมอบบริการสาธารณะให้กับประชาชน ‘ในความดูแล’ ทุกหมู่เหล่าได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง

สาเหตุของเรื่องนี้อาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งถูกบางรัฐบาลเบียดขับให้ออกไปอยู่ ‘นอกความดูแล’ และกระทั่งบางรัฐบาลกลายเป็นต้นเหตุของความตกทุกข์ได้ยากของประชาชนเสียเอง

ความช่วยเหลือที่ประชาชนส่งมอบให้กันและกันจึงปรากฏให้เห็นเสมอมา เพราะนี่อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งมีชีวิตรอด มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป และมีโอกาสส่งมอบชีวิตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของตน

ทั่วทั้งโลกมีคนมากมายที่พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสรรพชีวิต จุดเริ่มต้นของกิจกรรม ‘เพื่อผู้อื่น’ ของผู้คนเหล่านี้อาจมีที่มาแตกต่างหลากหลาย และกระทั่งบางคนหรือบางกลุ่มมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝง แต่สุดท้ายแล้ว คนจำนวนมากก็พิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร และการดำรงอยู่ของคนเหล่านี้ก็ช่วยยืนยันได้ว่าโลกใบนี้คงไม่หมุนเหวี่ยงไปสู่ความหายนะโดยปราศจากแรงต่อต้านทัดทาน

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของผู้คนที่มีรอยยิ้มของผู้อื่นเป็นแรงขับเคลื่อนของชีวิต

และการทำงานของผู้คนเหล่านี้ก็ทำให้เราตระหนักได้ว่า การนำพาผู้อื่นไปสู่ ‘ชีวิตที่ดีกว่า’ ก็ไม่ต่างจากการขัดเกลาตัวเองให้เป็น ‘มนุษย์ที่ดีกว่าเดิม’

 

เอเชีย

Asha (เดลี, อินเดีย)

http://asha-india.org/, https://www.facebook.com/ashasociety1

‘Asha’ หมายถึง ‘ความหวัง’ และตลอด 26 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่คุณหมอคิแรน มาร์ติน (Kiran Martin) มีโอกาสทำความรู้จักกับสลัมเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1988 Asha ก็ได้มอบความหวังให้กับผู้คนไปแล้วประมาณ 400,000 คน

คุณหมอมาร์ตินเดินเข้าไปในสลัมแห่งหนึ่งของกรุงเดลี เพื่อช่วยเหลือเหยื่อการระบาดของอหิวาตกโรค และหลังจากที่เธอได้รับรู้ความยากลำบากของผู้คนเหล่านั้น Asha ก็ถือกำเนิด

Asha ทำงานร่วมกับกลุ่มคนจนในกรุงเดลี โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในสลัม พวกเขาร่วมกันต่อสู้กับความยากจน และร่วมกันหาหนทางในการได้รับบริการทางสุขภาพ บริการทางการเงิน และบริการด้านการศึกษา

จนถึงปัจจุบัน Asha ช่วยให้เด็กๆ ในสลัมมากกว่า 1,200 คนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เด็กๆ วัยเรียนหลายร้อยคนมีชั้นเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ในชุมชนของพวกเขา และเด็กเล็กเกือบทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง ขณะเดียวกัน พ่อแม่ของพวกเขาก็มีโอกาสได้รับการรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย รวมถึงเงินกู้จากธนาคารเพื่อสร้างโอกาสให้กับชีวิต

Scholarism (ฮ่องกง)

Scholarism ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2011 โดยกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมในฮ่องกง พวกเขาถูกสื่อมวลชนในประเทศจีนเรียกขานว่า ‘พวกหัวรุนแรง’ ขณะที่ผู้นำกลุ่มวัย 18 ปีบอกว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของจีนกำลังเฝ้ามองเขา ในฐานะภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์

จุดเริ่มต้นของ Scholarism คือการต่อต้านการเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาในฮ่องกงเมื่อปี 2012 และในปี 2014 Scholarism ก็เป็นองค์กรนำในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนที่แทรกแซงการเลือกตั้งผู้ว่าการคนใหม่ของฮ่องกงในปี 2017

ผู้นำของ Scholarism คือ โจชัว หว่อง (Joshua Wong) ซึ่งนิตยสาร ไทม์ ยกย่องให้เป็นหนึ่งในเยาวชน 25 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปี 2014

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร (กรุงเทพฯ, ไทย)

http://www.seub.or.th/, https://www.facebook.com/SeubNakhasathienFD?fref=photo

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2533 เพื่อทำงานสืบทอดเจตนารมณ์ของ สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งกระทำอัตวินิบาตกรรมเพื่อเรียกร้องให้สังคมไทยหันมาสนใจปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง

ณ วันนี้ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิคนปัจจุบัน ยังคงทำงานสืบทอดเจตนารมณ์ในการดูแลรักษาผืนป่าตะวันตกของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและการเดินจากป่าแม่วงก์สู่หอศิลปวัฒนธรมแห่งกรุงเทพมหานครเป็นระยะทาง 388 กิโลเมตรเพื่อยับยั้ง EHIA โครงการเขื่อนแม่วงก์เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ช่วยกระตุ้นให้สังคมไทยหันมาสนใจผืนป่าที่เหลืออยู่น้อยนิดของประเทศอีกครั้ง

SurfAid (เกาะสุมาตรา, อินโดนีเซีย)

http://www.surfaid.org/, https://www.facebook.com/surfaid

เมื่อปี 1999 เดฟ เจนกินส์ (Dave Jenkins) คุณหมอและนักโต้คลื่น ออกเดินทางไปยังหมู่เกาะ Mentawai บริเวณชายฝั่งของเกาะสุมาตรา โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวในใจ นั่นคือการค้นหาคลื่นที่สมบูรณ์แบบ

บ่ายวันหนึ่ง ขณะเดินเดินเล่นอยู่ในหมู่บ้าน เขาก็ถูกร้องขอให้ช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเจ็บป่วย

เดฟ เจนกินส์ เป็นหมอคนแรกที่ผู้คนบนเกาะรู้จัก และเขาก็พบเห็นคนที่สูญเสียชีวิตเพราะมาลาเรีย โรคขาดสารอาหาร และสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น

หลังจากนั้นไม่นาน เดฟ เจนกินส์ ก็ลาออกจากงาน และมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะที่อัตคัต ก่อนที่ SurfAid จะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2000

SurfAid ทำทุกอย่างเพื่อให้ผู้คนบนเกาะมีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งการจัดหาและกักเก็บน้ำสะอาด การป้องกันและรักษามาลาเรีย การให้ความรู้ทางด้านโภชนาการ และการดูแลรักษาสุขภาพ

แอฟริกา

Whiz Kids Workshop: The creators of Tsehai Loves Learning (แอดดิสอาบาบา, เอธิโอเปีย)

http://www.whizkidsworkshop.com/, http://www.tsehai.com/

เชน อีตเซนเฮาเซอร์ (Shane Etzenhouser) และ บรุกทาวิต ทิกาบู (BruktawitTigabu) เชื่อว่า ‘สื่อ’ คือหนทางในการเติมเต็มช่องว่างทางการศึกษาที่ถ่างกว้างขึ้นทุกวันในโลกกำลังพัฒนาด้วยราคาที่คนจำนวนมากเข้าถึงได้ สามี-ภรรยาคู่นี้หวังว่าโทรทัศน์จะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณค่ามากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน

Whiz Kids Workshop ก่อตั้งขึ้นในห้องนั่งเล่นของเชนและบรุกทาวิตเมื่อปี 2005 ทั้งสองคนมีเป้าหมายที่จะใช้รายการโทรทัศน์เป็นสะพานส่งผ่านสาระความรู้ในด้านต่างๆ ให้กับเด็กๆ และรายการ Tsehai Loves Learning ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

Tsehai Loves Learning มีชื่อเสียงทั้งในเอธิโอเปียและระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับรางวัลระดับโลกทางด้านสื่อสำหรับเด็ก (2008 Prix Jeunesse International Children’s Television Festival และ Japan Prize2008 Educational Media Competition)

ในปัจจุบันดีวีดีของรายการ Tsehai Loves Learning มีจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต และเด็กๆ วัย 3-6 ปี ประมาณ 2,800,000-5,000,000 คนทั่วเอธิโอเปีย ก็รู้จักเจ้ายีราฟ Tsehai เป็นอย่างดี

RIPPLE Africa (มาลาวี)

http://www.rippleafrica.org/, https://www.facebook.com/pages/RIPPLE-Africa/372562307265

RIPPLE Africa ก่อตั้งเมื่อปี 2003 โดยเจฟฟ์ (Geoff) และ ลิซ เฟอร์เบอร์ (Liz Furber) หลังจากทั้งสองคนมีโอกาสได้สัมผัสกับชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านริมทะเลแห่งหนึ่งในมาลาวี

ภารกิจของ RIPPLE Africa คือการทำให้ผู้คนในหมู่บ้าน Mwaya มีอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ด้วยความเชื่อที่ว่าทางออกของปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้โดยฝีมือและมันสมองของผู้คนในท้องถิ่น ดังนั้น ทุกโครงการของ RIPPLE Africa จึงดำเนินการโดยชาวมาลาวี เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวมาลาวีอย่างแท้จริง

ทุกวันนี้ RIPPLE Africa ทำงานร่วมกับชาวมาลาวีมากกว่า 2,000 คน โดยทำงานทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และสาธารณสุข

Asante Africa Foundation (เคนยา, แทนซาเนีย)

http://www.asanteafrica.org/, https://www.facebook.com/AsanteAfrica

Asante Africa ก่อตั้งเมื่อปี 2006 โดยผู้หญิง 3 คน คือ เออร์นา กราสซ์ (Erna Grasz) ผู้บริหารของบริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ เอ็มมี โมชิ (Emmy Moshi) ผู้ประกอบการชาวแทนซาเนีย และเฮลเลน คูเรยา (Hellen Nkuraiya) คุณครูชาวมาไซ

จากโครงการเล็กๆ ที่เริ่มต้นใน 2 หมู่บ้าน ปัจจุบัน Asante Africa ทำงานร่วมกับโรงเรียนมากกว่า 26 แห่งใน 31 หมู่บ้านบริเวณพื้นที่ชายแดนระหว่างเคนยากับแทนซาเนียรวมทั้งมีครูมากกว่า 600 คน และนักเรียนมากกว่า 30,000 คน ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิแห่งนี้

อเมริกา

Khan Academy: A free world-class education for anyone anywhere (แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา)

https://www.khanacademy.org/, https://www.facebook.com/khanacademy

ปลายปี 2004 ซัลมาน ข่าน (SalmanKhan) ติววิชาคณิตศาสตร์ให้กับลูกพี่ลูกน้องของเขาผ่านการแชททางอินเทอร์เน็ต ต่อมา เมื่อญาติและเพื่อนของเขาต้องการความช่วยเหลือในแบบเดียวกัน เขาก็คิดว่าการติวผ่านทางยูทูบน่าจะสะดวกกว่า

จากความสามารถทั้งในฐานะผู้สอนและผู้เรียน (ปริญญาตรี 2 ใบและปริญญาโท 1 ใบจากเอ็มไอที รวมถึงเอ็มบีเอจากฮาร์วาร์ด) ข่านจึงลาออกจากงานในแวดวงการเงินมาเป็นติวเตอร์แบบเต็มตัวที่ Khan Academy เมื่อปี 2009 โดยนั่งทำงานอยู่ที่บ้านของตัวเอง

จนถึงวันนี้ Khan Academy มีวิดีโอการสอนมากกว่า 4,800 บทเรียนในสาขาความรู้ที่หลากหลาย และมีผู้เข้าชมมากกว่า 468 ล้านครั้ง ขณะเดียวกัน นักเรียนของ Khan Academy ก็มีทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ โดยในปี 2013 มีนักเรียนจากทั่วโลกเข้าเรียนในชั้นเรียนของ Khan Academy ประมาณ 10 ล้านคนในแต่ละเดือน

Ryan’s Well Foundation (ออนแทรีโอ, แคนาดา)

http://www.ryanswell.ca/, https://www.facebook.com/RyansWell?v=wall#!

เด็กชายไรอัน เรลเจก (Ryan Hreljac) มีอายุ 6 ปี ตอนที่เขารู้ว่าผู้คนจำนวนหนึ่งในทวีปแอฟริกาต้องเดินเป็นระยะทางยาวไกล กว่าพวกเขาจะไปถึงแหล่งน้ำ และด้วยความแห้งแล้งและยากลำบาก ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ไม่สามารถมีชีวิตผ่านพ้นวัยเด็กไปได้

หลังจากวันนั้น ไรอันก็เรี่ยไรเงินจากเพื่อน ญาติ และผู้คนในชุมชน สำหรับการก่อสร้างบ่อน้ำในแอฟริกา

บ่อน้ำบ่อแรกที่เกิดจากปณิธานของไรอันอยู่ที่ประเทศยูกันดา และหลังจากนั้นมูลนิธิ Ryan’s Well ก็ถือกำเนิดในปี 2001

ณ วันนี้มูลนิธิ Ryan’s Well ทำให้ผู้คนมากกว่า 800,000 คนในประเทศกำลังพัฒนา 16 ประเทศทั่วโลกมีน้ำสะอาดสำหรับใช้สอยและดื่มกิน และเด็กๆ ในโรงเรียนมากกว่า 650 แห่งใน 30 ประเทศ ได้รับโอกาสที่มูลนิธิ Ryan’s Well มอบให้

Invisible Children (แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา)

http://invisiblechildren.com/, https://www.facebook.com/invisiblechildren/

เมื่อปี 2003 นักสร้างภาพยนตร์อายุน้อย 3 คนจากสหรัฐอเมริกาเดินทางสู่แอฟริกาเพื่อบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามในซูดาน แต่เมื่อพวกเขาได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในยูกันดา ความสนใจของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

สงครามในยูกันดาเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 20 ปี และ โจเซฟ โคนี (Joseph Kony) ผู้นำกองทัพกองโจร ก็ใช้วิธีลักพาตัวเด็กๆ และบังคับให้พวกเขาเป็นทหาร

เด็กหนุ่มจากสหรัฐอเมริกาได้รู้จักกับจาค็อบ เด็กชายที่หลบหนีออกมาจากกองทัพของโคนี และพวกเขาก็ให้สัญญากับจาค็อบว่าพวกเขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อยุติสงครามครั้งนี้

Invisible Children คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของจาค็อบและเด็กๆ อีกมากมายในยูกันดาที่ตกเป็นเหยื่อของสงคราม มันถูกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2004 ที่มหาวิทยาลัยแซนดีเอโก ก่อนจะถูกฉายอีกมากกว่า 9,000 ครั้งทั่วสหรัฐอเมริกา และหลังจากนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการระดมเงิน สมอง และแรงกายจากผู้คนทั่วโลก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูกันดา

ยุโรป

Banksy (บริสตอล, อังกฤษ)

http://banksy.co.uk/

Banksy คือชื่อในวงการของศิลปินกราฟฟิตีชาวอังกฤษ (ในปัจจุบัน ยังไม่มีใครรู้ว่า Banksy เป็นใคร และผู้คนในแวดวงกราฟฟิตีจำนวนหนึ่งก็สันนิษฐานว่าอาจจะมีผู้เกี่ยวข้องกับชื่อนี้มากกว่า 1 คน) ผลงานของเขามีเนื้อหาเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางการเมืองและสังคม โดยสื่อสารผ่านภาพและคำที่เสียดสีประเด็นต่างๆ ในสังคมด้วยอารมณ์ขำแบบขื่นๆ

สำหรับคนจำนวนหนึ่ง กราฟฟิตีคือเครื่องมือที่คนตัวเล็กๆ ใช้ ‘แก้แค้น’ คนที่ ‘ตัวใหญ่กว่า’ และ Banksy ก็ใช้ฝีมือและความคิดของเขานำเสนอประเด็นที่คัดง้างกับ ‘อำนาจ’ ต่างๆ ในสังคมอย่างชัดเจน ดังที่เขาเคยกล่าวว่า

“ถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทรถไฟ คุณก็ไปพ่นสีบนมันแทน”

ผลงานของ Banksy พูดถึงประเด็นที่หลากหลาย ตั้งแต่การต่อต้านสงคราม การต่อต้านระบบทุนนิยม การต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม ไปจนถึงความยากจน ความโลภ ความเจ้าเล่ห์ และภาวะแปลกแยกของมนุษย์

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Banksy ได้รับรางวัลบุคคลแห่งปี 2014 จาก Webby Awards

Pussy Riot (มอสโก, รัสเซีย)

http://pussy-riot.livejournal.com/

Pussy Riot วงพังก์ร็อกหญิงห้าวจากมอสโก ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2011 โดยมีสมาชิกเป็นหญิงสาวอายุตั้งแต่ 20 ถึง 33 ปีประมาณ 11 คน พวกเธอเปิดการแสดงแบบสงครามกองโจรในสถานที่ไม่คาดฝัน ก่อนจะตัดต่อเป็นมิวสิกวิดีโอเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต เนื้อเพลงของพวกเธอเกี่ยวพันกับขบวนการเฟมินิสต์ สิทธิของคนข้ามเพศ การต่อต้านนโยบายของผู้นำรัสเซีย ซึ่งพวกเธอเรียกเขาว่า ‘จอมเผด็จการ’

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2012 สมาชิก 3 คนของวงถูกจับในข้อหา ‘ประพฤติตัวเป็นอันธพาลโดยมีความเกลียดชังศาสนาเป็นแรงกระตุ้น’พวกเธอถูกตัดสินจำคุก 2 ปี

การจับตัวสมาชิกของวงเป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะในโลกตะวันตก และหลังจากถูกจำคุก 21 เดือน สมาชิกของวง 2 คนก็ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2013 (หนึ่งในสามคนที่ถูกจับ ได้รับการปล่อยตัวออกมาก่อน)

Pussy Riot เปิดการแสดงในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ที่เมืองโซชี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจู่โจมด้วยกระบองและสเปรย์พริกไทย

Ditch the Label (ไบรตัน, อังกฤษ)

http://www.ditchthelabel.org/, https://www.facebook.com/DitchtheLabel

หลักการและแนวคิดของ Ditch the Label ถือกำเนิดในปี 2006 โดยเลียม แฮกเกตต์ (Liam Hackett) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอคนปัจจุบัน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสัมผัสกับการถูกข่มเหงรังแกด้วยตัวของเขาเอง

แฮกเกตต์ก่อตั้ง Ditch the Label เมื่อปี 2012 หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซัสเซกซ์โดยมีเป้าหมายที่การลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ทั่วเกาะอังกฤษซึ่งมีข้อมูลระบุว่าร้อยละ 69 ของวัยรุ่นในอังกฤษ มีประสบการณ์ถูกข่มเหงรังแกก่อนที่พวกเขาจะอายุครบ 18 ปี

ทีมงานของ Ditch the Label ทำงานร่วมกับโรงเรียน วิทยาลัย คนหนุ่มสาว และผู้ปกครองทั่วเกาะอังกฤษ เพื่อช่วยกันลดผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษา

ณ ปัจจุบันDitch the Label มีสมาชิกมากกว่า 34,000 คน

ออสเตรเลีย

Dry July: Clear your head, make a differene (นิวเซาท์เวลส์, ออสเตรเลีย)

http://au.dryjuly.com/, https://www.facebook.com/dryjuly

มีไม่บ่อยนักที่การระดมเงินเพื่อการกุศลคือการที่คุณต้อง ‘ไม่ทำ’ อะไรบางอย่าง แต่ Dry July ท้าทายให้คุณงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเดือนกรกฎาคม เพื่อระดมทุนจากผู้คนที่สนับสนุนคุณไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งและครอบครัว

นี่เป็นวิธีระดมทุนที่หวังจะให้ทั้งผู้ป่วยและสิงห์นักดื่มมีสุขภาพดีขึ้น

โครงการงดดื่ม 6 ครั้งที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 65,000 คน และระดมทุนได้มากกว่า 15 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

ในปี 2014 Dry July ประกาศว่ามีศูนย์รักษามะเร็ง 40 แห่งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่ได้รับเงินบริจาคจากโครงการ

Bob Irwin Wildlife & Conservation Foundation Inc. (ควีนส์แลนด์, ออสเตรเลีย)

http://www.bobirwinwildlife.com/, https://www.facebook.com/BobIrwinWildlifeFoundation

Bob Irwin Wildlife & Conservation Foundation Inc. ก่อตั้งเมื่อปี 2012 ในฐานะอีกบทบาทหนึ่งของผู้ที่อุทิศชีวิตให้กับการปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

นับตั้งแต่ชาวตะวันตกตั้งรกรากในออสเตรเลีย มีสัตว์สูญพันธุ์ไปแล้ว 54 สายพันธุ์ และอีกมากกว่า 18 สายพันธุ์ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง เป้าหมายของ Bob Irwin Wildlife & Conservation Foundation Inc. คือการสานต่อเจตนารมณ์ของบ็อบและสตีฟ เออร์วิน สองพ่อลูกที่อุทิศชีวิตให้กับการทำงานด้านการอนุรักษ์

ทั้งสองคนหวังว่าองค์กรแห่งนี้จะทำหน้าที่กระตุ้นและสนับสนุนผู้ที่มีหัวใจอนุรักษ์ในการสานต่อภารกิจร่วมกัน ผ่านการให้การศึกษา การให้การสนับสนุน และการรณรงค์ เพื่อให้สายพันธุ์ที่เหลือยังคงอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป

White Cloud Foundation (ควีนส์แลนด์, ออสเตรเลีย)

http://www.whitecloudfoundation.org/, https://www.facebook.com/whitecloudfoundation

มูลนิธิแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2011 โดย อดัม สกอตต์ (Adam Scott) ศาสตราจารย์ด้านโรคหัวใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ครอบครัวของผู้ป่วย และผู้ที่ดูแลผู้ป่วยเหล่านั้น

ในแต่ละปี มีชาวออสเตรเลียมากกว่า 1 ล้านคนที่แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และมีมากกว่านั้นที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ White Cloud จะทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วย รวมถึงให้แนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยกับสมาชิกในครอบครัวและผู้ที่ดูแลผู้ป่วย

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มูลนิธิ White Cloud เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในการก่อตั้งคลินิกแห่งแรกที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าของผู้ที่กำลังจะเป็นแม่ โดยศาสตราจารย์สกอตต์หวังว่าคลินิกแห่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลดระดับความรุนแรงของโรคซึมเศร้าในสังคมออสเตรเลีย

ตะวันออกกลาง

Children of Peace (กาซา, อิสราเอล, จอร์แดน, เลบานอน, เวสต์แบงก์)

http://www.childrenofpeace.org.uk/index.html, https://www.facebook.com/pages/Children-of-Peace-%D8%A3%D9%88%D9%84%D8%A7%D8%AF-%D8%A7%D9%84%D8%B3%D9%84%D8%A7%D9%85-%D7%99%D7%9C%D7%93%D7%99-%D7%94%D7%A9%D7%9C%D7%95%D7%9D/190171723759

 ริชาร์ด มาร์ติน (Richard Martin) ก่อตั้ง Children of Peace อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2005 โดยมีเป้าหมายในการปกป้องและช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่สงคราม ผ่านศิลปะ การศึกษา บริการสุขภาพ และกีฬา

Children of Peace ปฏิบัติกับเด็กๆ ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือศาสนาอะไร และไม่ว่าพวกเขาจะเป็นชาวยิวหรือชาวอาหรับ

องค์กรแห่งนี้ทำงานร่วมกับองค์กรในระดับพื้นที่มากมาย ทั้งในอียิปต์ อิสราเอล จอร์แดน เลบานอน กาตาร์ และตุรกี เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ในระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ซัลลี เบกเกอร์ (Sally Becker) ผู้แทนของ Children of Peace เป็นหนึ่งในผู้เชิญธงโอลิมปิกร่วมกับผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการได้รับเกียรติอย่างสูงจากเวทีนานาชาติ

Hopes for Women in Education (อัมมาน, จอร์แดน)

http://hopesforwomen.org/ngo-middle-east-women/, https://www.facebook.com/hopesforwomen

นูรา ชาร์รับ (NooraSharrab) ใช้เวลาหลายเดือนภายในค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ในจอร์แดนเพื่อเขียนงานวิจัย ซึ่งเธอพบว่าผู้หญิงจำนวนมากสูญเสียโอกาสในการได้รับการศึกษาอันเนื่องมาจากเงื่อนไขทางสังคม-เศรษฐกิจและวัฒนธรรม

ในฐานะชาวปาเลสไตน์น้อยคนที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ชาร์รับจึงก่อตั้ง Hopes for Women in Education เมื่อเดือนธันวาคม 2010 เพื่อจัดหาทุนการศึกษาสำหรับผู้หญิงในตะวันออกกลาง รวมทั้งการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ เพื่อให้พวกเธอและคนในครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ในปี 2012 Hopes for Women in Education ได้รับใบสมัครขอรับทุนการศึกษามากกว่า 200 ใบ

Syrian Sunrise Foundation (ซีเรีย)

https://www.syriansunrisefoundation.org/, https://www.facebook.com/SSFUSA

จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ หลังจากเผชิญหน้ากับสงครามกลางเมืองมาเป็นเวลามากกว่า 2 ปี ผู้คนชาวซีเรียประมาณ 6.8 ล้านคนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จำนวนผู้ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นจาก 1.6 ล้านคนเป็น 3.5 ล้านคนในปี 2013 และองค์การสหประชาชาติต้องเร่งระดมความช่วยเหลือในปริมาณมหาศาล

มูลนิธิ Syrian Sunrise เกิดขึ้นในปี 2011 เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้คนชาวซีเรียที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่สู้รบหลังจากเกิดความรุนแรงไม่กี่เดือน

มูลนิธิ Syrian Sunrise ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในทุกด้าน ตั้งแต่การรักษาอาการบาดเจ็บ สุขภาพ อาหาร ไปจนถึงการก่อสร้างค่ายผู้ลี้ภัย

IMAGE, มกราคม 2558

Written by ksamphan

October 10, 2016 at 7:15 am

Posted in Uncategorized

หลังยี่สิบแปด

leave a comment »

ผมเขียนบทความลงในคอลัมน์ ‘His Voice’ ครั้งแรกตอนที่มีอายุ 28 ปี

ประโยคหนึ่งในบทความชิ้นนั้น ผมเขียนไว้ว่า

‘หมุดหมายในปีที่ 29 จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอีกห้วงจังหวะหนึ่งของชีวิต’

จนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วเกือบ 6 ปี เมื่อย้อนกลับมาอ่านประโยคดังกล่าวอีกครั้ง ผมก็ถามตัวเองว่า หลังจากปีที่ 29 มีปีใดอีกบ้างที่ผมบอกตัวเองว่ามัน ‘น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอีกห้วงจังหวะหนึ่งของชีวิต’

คำตอบก็คือ ‘ไม่มี’

ไม่ได้เป็นเพราะช่วงชีวิตเกือบ 6 ปีมันย่ำแย่เหลวแหลกอะไรหรอกครับ แต่เป็นเพราะเมื่อจำนวนปีของอายุมันบวกรวมมากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกว่าความหมายของ ‘หมุดหมาย’ ต่างๆ ในชีวิตนั้นมันคลี่คลายเปลี่ยนแปลงไป จนบางทีก็คิดไปว่าจะกำหนด ‘หมุดหมาย’ ของชีวิตไปเพื่ออะไร

หลังจากมีอายุครบ 29 ปีได้ไม่นาน ผมก็ไม่คิดอยากจะทำงานที่ทำมาเกือบ 8 ปีอีกต่อไป และเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ผมก็เปลี่ยนที่ทำงานมาแล้ว 3 แห่ง จนกระทั่งปลดสถานะมนุษย์เงินเดือนออกจากชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

วันที่ผมเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ ความท้าทายหนึ่งเดียวในชีวิตก็คือการดำเนินชีวิตต่อไปภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า ‘หมุดหมาย’ ต่างๆ มันดูไร้ความหมาย กระทั่งอาจไม่จำเป็นต้องมีมันในชีวิตก็ได้

หลายครั้งหลายคราว ในห้วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ให้คุณค่าเห็นความสำคัญ ผมเลือกที่จะนั่งอยู่คนเดียวภายในห้อง บางคืนผมนั่งทำงานที่ยังคั่งค้าง บางคืนผมนั่งกินเบียร์เคล้าคลอเสียงดนตรีหรือเสียงระเบิดของดอกไม้ไฟที่แว่วดังอยู่ในระยะไกล และบางคืนผมก็ยังคงหมดสภาพจากงานสังสรรค์ในคืนก่อนหน้า

ผมล้มตัวนอนเมื่อง่วงงุน ก่อนจะลืมตามาพบกับวันใหม่ที่อะไรๆ ก็อาจจะต่างหรือไม่ต่างจากเมื่อวาน

ความรู้สึกอยากเฉลิมฉลองให้กับอะไรหลายอย่างจางหายไป ความแตกต่างระหว่างวันสิ้นปีกับวันขึ้นปีใหม่ไม่เหลืออยู่ กระทั่งวันที่ตัวเลขอายุมากขึ้นก็แทบไม่มีความหมาย

เมื่อเกือบ 6 ปีก่อน ผมแอบสังหรณ์ใจว่า ‘หรือความจริงแล้ว เสน่ห์ของชีวิตนับจากนี้เป็นต้นไปมันจะค่อยๆ ซีดจางลง’ แต่ ณ วันนี้ ผมกลับรู้สึกว่าไม่ว่าจะกี่เดือนหรือกี่ปี ชีวิตมันก็ยังคงเป็นชีวิต จะมีหรือไม่มีเสน่ห์ มันเป็นเรื่องของคนเราที่ไปปรุงแต่งสมมติกันเองว่ามันจัดจ้านหรือจืดชืด แล้วก็หดหู่ซึมเศร้าหรือหลงระเริงไปกับมัน

แต่พูดก็พูดเถอะ หลังจากผ่านชีวิตมา 28 ปี มีอย่างน้อย 4 ครั้งที่ผมรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองมันช่างจืดชืดไร้สีสัน และชีวิตการทำงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ นั้นมันไม่ต่างจากการต้องคำสาป จนกระทั่งต้องถามตัวเองอย่างจริงจังว่า ‘จะเอายังไงกับชีวิต?’

ผมไม่รู้ว่า 33 ปีที่ผ่านมา ตัวเองตัดสินใจถูกหรือตัดสินใจผิดกี่ครั้งกี่หน กระทั่งไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันว่า ‘การตัดสินใจที่ถูกต้อง’ หรือ ‘การตัดสินใจที่ผิดพลาด’ ได้หรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว หลังจากการตัดสินใจแต่ละครั้ง สิ่งที่ผมตระหนักก็คือ ผมได้ระบุ ‘หมุดหมาย’ ลงในเส้นทางชีวิตของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

‘หลังยี่สิบแปด’ ผมค้นพบว่า ‘จุดสุดท้าย’ ก็กลายเป็น ‘หมุดหมาย’ ไม่ต่างจาก ‘จุดเริ่มต้น’

และคำถามที่ว่า ‘จะเอายังไงกับชีวิต?’ ก็จะยังคงแวะเวียนมาทักทายผมต่อไป

ดังนั้น ไม่ว่าชีวิต ‘หลังยี่สิบแปด’ จะจัดจ้านหรือจืดชืดเพียงใด ผมก็คงหยุดอายุไว้ที่ 28 ปี เหมือนกับที่อาว์ปุ๊—’รงค์ วงษ์สวรรค์ ประกาศไว้ไม่ได้

สำหรับผม สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ระบุ ‘หมุดหมาย’ ลงในเส้นทางชีวิตต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใครบางคนจะระบุ ‘หมุดหมายสุดท้าย’ ลงในเส้นทางชีวิตของเรา

คอลัมน์ ‘His Voice’, IMAGE ปีที่ 29 ฉบับที่ 4 (เมษายน 2559)

Written by ksamphan

June 1, 2016 at 7:47 am

Posted in อื่นๆ

หยุดที่ยี่สิบแปด

leave a comment »

ค่ำคืนวันศุกร์ การจราจรบนถนนประชาชื่นยังคงใช้การได้ดี ผมนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ เสียบหูฟังเข้ากับหูสองข้าง รับฟังการอ่านคำพิพากษาขององค์คณะคดียึดทรัพย์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากเปิดเสียงของลำโพงในสำนักงานเพื่อติดตามฟังการอ่านคำพิพากษามาตั้งแต่ช่วงบ่าย

ไม่ต่างจากในเกือบทุกค่ำคืนของวันสุดสัปดาห์ คืนนี้ผมมีนัดกับเพื่อนคนหนึ่งที่ดื่มกินด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน เขาทำงานในบริษัทเอกชนที่ต้องแบกรับความกดดันมากกว่าผมหลายเท่า และทางออกหนึ่งที่เงื่อนไขของชีวิตและสังคมอนุญาตก็คือการตระเวนไปในแสงสีของค่ำคืน

ตามแรงโน้มถ่วงของความกดดัน รายได้ของผมในแต่ละเดือนน้อยกว่าของเขาหลายเท่า และดูเหมือนว่ายิ่งอายุการทำงานมากขึ้น เขาก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดที่หมดไปในแต่ละคืน

ผมลำบากใจในช่วงแรกๆ แต่ต่อมาก็ต้องทำใจยอมรับ และควักกระเป๋าในจำนวนที่สถานการณ์ทางการเงินของตัวเองเอื้ออำนวย

ในวัยนี้ เพื่อนบอกว่าต่อไปคงต้องลดปริมาณการใช้ชีวิตยามค่ำคืนลง เนื่องจากเขาวางแผนจะกู้เงินมาซื้อที่พักอาศัยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า และเตรียมลงหลักปักฐานกับแฟนสาวที่คบหากันมานานหลายปี

ผมดีใจกับเพื่อน (และตัวเอง) ที่จะได้ทำร้ายตัวเองน้อยลง และใช้เงินไปในทางที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากขึ้น

ในขณะที่เพื่อนเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตในอีกช่วงจังหวะหนึ่ง ผมกลับยังไม่มีการเตรียมพร้อมใดๆ และ (คิดว่าตัวเอง) เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมนักเขียนท่านหนึ่งจึงบอกว่า ในหนังสืองานศพของท่าน จะต้องระบุไว้ให้ชัดเจนว่าท่านเสียชีวิตเมื่ออายุ 28 ปี

ไม่ถึงกับเฝ้ารอ แต่ก่อนหน้านี้ผมพยายามเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลานี้ของชีวิตอย่างพินิจพิเคราะห์

สถานการณ์ทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจภายในประเทศ การก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกของจีน หรือการละลายของแผ่นน้ำแข็งในทะเลอาร์กติก หลายปีที่ผ่านมา ผมพยายามติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับประเทศและระดับโลกดังกล่าว โดยผสานกับการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง รวมถึงผู้คนและสังคมรอบตัว

บทสนทนากับคนแปลกหน้าและคุ้นเคย ความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม หนังสือทั้งที่จำเป็นต้องอ่านและที่อยากอ่าน ภาพยนตร์ ดนตรี สถานการณ์ขณะมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย กระทั่งอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

ไม่อาจกล่าวได้ว่ามีสติรู้ตัวในทุกห้วงขณะ แต่ผมพยายามจดจ่ออยู่กับห้วงปัจจุบันอย่างใกล้ชิดที่สุด

ผมคิดว่าตัวเองทำได้ดีในระดับหนึ่ง และแน่ใจว่ามีต้นทุนที่มีคุณภาพดีพอสำหรับชีวิตในปีที่ 29

ไม่ได้เข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงเรื่องราวความสุขความทุกข์ของโลกและชีวิต แต่ก็มีประสบการณ์และพละกำลังเพียงพอสำหรับรับมือกับสิ่งที่กำลังจะผ่านเข้ามา ขณะเดียวกันก็ละวางถอดถอนจากบางสิ่งบางอย่างได้ง่ายขึ้น

นี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการมีอายุ 28 ปี คือโง่และฉลาดพอประมาณ

หมุดหมายในปีที่ 29 จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของอีกห้วงจังหวะหนึ่งของชีวิต

แต่เมื่อนึกถึงเพื่อนที่กำลังจะออกไปหาความสำราญแบบมนุษย์ปุถุชนในคืนนี้ด้วยกัน ผมก็แอบสังหรณ์ใจว่า หรือความจริงแล้ว เสน่ห์ของชีวิตนับจากนี้เป็นต้นไปมันจะค่อยๆ ซีดจางลง

จนอาว์ปุ๊—’รงค์ วงษ์สวรรค์ ต้องประกาศว่าขอหยุดอายุไว้ที่ 28 ขวบปี

Written by ksamphan

February 5, 2016 at 7:40 am

Posted in อื่นๆ

คุณหมอซินเธีย

leave a comment »

1 Dr Cynthiaเลย์ เลย์ (Lay Lay) แม่บ้านวัย 23 ปี เพิ่งให้กำเนิดทารกเพศชาย บ้านเกิดของเธออยู่ที่เมืองเมียวดีในเมียนมา แต่สงครามระหว่างรัฐบาลทหารกับชนกลุ่มน้อยที่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 50 ปี ซึ่งติดตามมาด้วยการนองเลือดและความยากจนข้นแค้น ก็ทำให้เธอและเพื่อนร่วมชาติมากกว่า 2 ล้านคนต้องออกเดินทางแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทย

ในฐานะผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ หรือแรงงานต่างด้าวในประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่คนเหล่านี้ขาดแคลนที่สุดก็คือบริการทางสาธารณสุข และ ‘คลินิกแม่ตาว’ ก็เป็นสถานพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งที่พวกเขาและเธอสามารถฝากชีวิตไว้ได้

เพราะที่นี่มีคุณหมอซินเธีย หม่อง (Cynthia Maung) และที่นี่ไม่คิดค่ารักษาพยาบาล

คุณหมอซินเธียเกิดในครอบครัวชาวกะเหรี่ยงที่เมืองย่างกุ้งเมื่อปี 1959 ชีวิตการเป็นนักศึกษาแพทย์ ทำให้เธอได้พบเจอกับความโหดร้ายของความอดอยากและความยากจน รวมถึงการกดขี่ข่มเหงคนทุกข์คนยากของเจ้าหน้าที่รัฐ

ปี 1988 คุณหมอซินเธียเข้าร่วมขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยกับกลุ่มคนหนุ่มสาววัยเดียวกัน แต่ภายหลังการขึ้นสู่อำนาจของรัฐบาลทหาร เธอและเพื่อนอีก 14 คนก็ต้องเดินทางออกจากบ้านเกิด

ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเพียงไม่กี่เดือน คลินิกชั่วคราวของคุณหมอซินเธียก็ถือกำเนิด มันขาดแคลนทั้งเครื่องมือและเงินทุน แต่เธอและเพื่อนๆ ก็ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

จากจุดมุ่งหมายในการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบในเมียนมา ปัจจุบัน คลินิกแห่งนี้ต้องรองรับผู้ป่วยวันละ 400-500 คน หรือมากกว่า 75,000 คนต่อปี ในจำนวนนี้ ครึ่งหนึ่งคือชาวเมียนมาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย และผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็เดินทางมาที่นี่พร้อมกับปัญหาด้านอนามัยเจริญพันธุ์

นับตั้งแต่ปี 2011 รัฐบาลทหารเมียนมาเริ่มเปิดประเทศมากขึ้น การควบคุมสื่อมวลชนเริ่มผ่อนคลาย มีการปล่อยตัวนักโทษการเมือง และการปล่อยตัวออง ซาน ซูจี ก็ทำให้รัฐบาลทหารดูน่ารักขึ้นในสายตาของประเทศตะวันตก

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปยังเดินทางมาไม่ถึงแนวชายแดน ผู้คนในบริเวณนี้ยังคงเผชิญหน้ากับการข่มขืน การบังคับใช้แรงงาน และการประทุษร้ายในรูปแบบต่างๆ

ยิ่งไปกว่านั้น การปฏิรูปยังทำให้เกิดปัญหาสำคัญ เมื่อผู้บริจาครายใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ต่างพากันต้องมนต์สะกดของทรัพยากรอันมหาศาลของเมียนมา และเงินจำนวนหนึ่งก็เปลี่ยนเป้าหมายจากพื้นที่ยากจนตามแนวชายแดน เข้าสู่เขตเมืองที่กำลังเติบโต

คลินิกแม่ตาวมีค่าใช้จ่ายเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และในเวลานี้ เงินที่มีอยู่ก็เพียงพอให้คลินิกดำเนินการได้จนถึงกลางปี 2015 เท่านั้น

“มันจะเป็นปัญหาอย่างมาก ถ้าคุณไม่มีเงินทุน” คุณหมอซินเธียให้สัมภาษณ์ “ผู้คนมาที่นี่เพื่อรับการรักษาพยาบาล แต่พวกเขามีความต้องการด้านอื่นอีกมาก พวกเราไม่ได้สนใจเพียงแค่ความเจ็บป่วย แต่เราต้องช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวของพวกเขาด้วย”

เช่นเดียวกับลูกชายของเลย์ เลย์ ทารกมากกว่า 2,700 คนที่ลืมตาดูโลกที่คลินิกแม่ตาวในแต่ละปี มีปัญหาส่วนตัวมากมายรออยู่ข้างหน้า ทั้งในฐานะมนุษย์ และในฐานะประชากรที่ไม่ได้เป็นเจ้าของประเทศ

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 12 (ธันวาคม 2557)

Written by ksamphan

February 5, 2015 at 2:38 pm

Posted in Neighbours Matters

ทำไมไม่มีใครอยากเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว 2022

leave a comment »

พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 ที่แวนคูเวอร์

พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 ที่แวนคูเวอร์

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ออสโลเป็นเมืองที่ 4 ที่ประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน (ต่อจากสตอกโฮล์ม) ขณะที่ลวีฟ (ยูเครน) และกรากรุฟ (โปแลนด์) กำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ

ณ เวลานี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจึงเหลือเพียงปักกิ่งและอัลมาตี (คาซัคสถาน)

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่ค่อยมีใครสนใจ

ต้นทุนมหาศาล โอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2014 รัสเซีย (โซชี) ใช้งบประมาณในการจัดการแข่งขันถึง 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าโอลิมปิกทุกครั้งที่ผ่านมา

ได้ไม่คุ้มเสีย ลอนดอนใช้เงินไป 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 แต่จนกระทั่งเวลานี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าในระยะยาว มันสร้างผลกำไรให้กับมหานครแห่งนี้ได้มากแค่ไหน

แรงต่อต้าน หลายเมืองวิตกกังวลกับปฏิกิริยาของประชาชน หลังจากรัฐบาลบราซิลต้องเผชิญหน้ากับการประท้วง หลังจากใช้เงินมหาศาลกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อน 2016

หุ้นส่วนสีเทา คณะกรรมการโอลิมปิกสากลซึ่งจะจัดการแข่งขันร่วมกับเจ้าภาพ กำลังถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริต

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 12 (ธันวาคม 2557)

Written by ksamphan

February 5, 2015 at 2:35 pm

Posted in Neighbours Matters

ชีวิตออนไลน์

leave a comment »

Apple Watch มีกำหนดวางจำหน่ายต้นปีหน้า โดยโมเดลที่ถูกที่สุดมีราคาประมาณ 12,000 บาท

Apple Watch มีกำหนดวางจำหน่ายต้นปีหน้า โดยโมเดลที่ถูกที่สุดมีราคาประมาณ 12,000 บาท

สำหรับผู้คนจำนวนหนึ่ง แอปเปิลไม่ใช่บริษัทแห่งการคิดค้นสิ่งใหม่ หรืออย่างน้อยมันก็ไม่ใช่หลักใหญ่ใจความสำคัญของบริษัท

ที่ผ่านมา สิ่งที่แอปเปิลทำ คือการคืนชีวิตให้กับสินค้าที่ไม่เป็นที่นิยมอีกแล้ว

พวกเขากวาดสายตาไปตามชั้นวางสินค้าที่ขายไม่ออก แล้วมองหาของเก่าๆ ที่ดูมีความเป็นไปได้ ก่อนจะนำมันมาผ่าพิสูจน์เพื่อค้นหาสาเหตุการตาย จากนั้นพวกเขาก็สร้างบางอย่างที่แตกต่างจากของเดิมอย่างสิ้นเชิงขึ้นมา

ด้วยการระดมสมองมาเป็นอย่างดีและการออกแบบที่เย้ายวนใจ แอปเปิลไม่ได้ทำเพียงแค่คืนลมหายใจให้กับสินค้าเหล่านั้น แต่พวกเขาสามารถทำลายล้างความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับสินค้าชนิดนั้นๆ ได้ในทันทีที่สินค้าของพวกเขาออกวางตลาด

แอปเปิลสร้างอุปสงค์ให้กับสินค้าที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอุปสงค์ พวกเขาผลิตสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับชีวิตของพวกเรา และบอกกับพวกเราว่ามันจำเป็นสำหรับชีวิตของพวกเรามากแค่ไหน

สำหรับคนจำนวนหนึ่ง นี่คือสิ่งที่บริษัทนี้ทำได้เหนือกว่าคู่แข่งทุกรายบนผืนโลก

และล่าสุด แอปเปิลก็บุกเข้ารื้อค้นสุสานของนาฬิกาอัจฉริยะ (smart watch) ซึ่งมีเศษซากของสินค้าถูกฝังอยู่จำนวนมหาศาล แล้วในที่สุด ผู้คนบนโลกก็มีโอกาสได้รู้จักกับ ‘Apple Watch’

‘ความเป็นส่วนตัว’ และ ‘ความใกล้ชิด’ คือสองคำที่ทิม คุก (Tim Cook) และลูกทีมใช้พูดถึงนาฬิกาของพวกเขาอยู่บ่อยๆ ซึ่งแน่นอน มันเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อคุณมี Apple Watch อยู่ที่ข้อมือ นั่นก็แปลว่าคุณจะได้ ‘ใกล้ชิด’ กับมันในรูปแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน และอาจเป็นรูปแบบที่คุณยังไม่เคยเตรียมตัวสำหรับรับมือกับมัน

Apple Watch ทำได้ทุกอย่างที่ ‘นาฬิกาอัจฉริยะ’ ควรจะทำ แต่ที่แอปเปิลทำมากกว่านั้น คือการพยายามทำให้เทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มันยังไม่เป็นที่ต้อนรับ นั่นก็คือ ร่างกายของเรา

ก่อนหน้านี้ เราคุ้นเคยกับเทคโนโลยีในฐานะอุปกรณ์เสริมของชีวิต แต่ Apple Watch จะพยายามเข้ามาชิดใกล้ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา

แอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพใน Apple Watch คือตัวอย่างที่ชัดเจน ก่อนหน้านี้ ร่างกายของเราไม่เคยมีระบบเก็บข้อมูล แต่ต่อจากนี้ นาฬิกาของคุณจะรวบรวม เก็บรักษา และรายงานให้คุณรับรู้

มันจะบอกคุณได้ว่าวันนี้คุณเดินกี่ก้าว คุณออกกำลังเพียงพอหรือยัง หรือคุณนั่งนานเกินไปหรือเปล่า

เซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจและอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว จะทำให้ร่างกายของคุณอยู่ในความดูแลของนาฬิกาที่ข้อมือตลอดเวลา

สภาวะดังกล่าวจึงไม่ต่างอะไรกับการแปรเปลี่ยนข้อมูลทางกายภาพเป็นข้อมูลดิจิตอล ซึ่งสำหรับคนจำนวนหนึ่ง เมื่อมันกลายเป็นดิจิตอล นั่นก็หมายความว่ามันไม่ใช่ข้อมูล ‘ส่วนตัว’ อีกต่อไป

ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ หากมีคนต้องการข้อมูลของคุณ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการตามหา และเมื่อมันถูกค้นพบ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะเดินทางไปยังสถานที่ที่คุณไม่อาจคาดเดา

อีกไม่กี่เดือน Apple Watch จะเดินทางเข้าสู่ ‘ชีวิต’ ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะอยากให้มันเป็น ‘ส่วนหนึ่ง’ ของชีวิตหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักก็คือ

ยิ่งวิถีชีวิตของเราเกาะเกี่ยวอยู่กับโลกออนไลน์มากเท่าไร

โลกออนไลน์ก็จะมีผลต่อวิถีชีวิตของเรามากขึ้นเท่านั้น

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 11 (พฤศจิกายน 2557)

Written by ksamphan

December 11, 2014 at 8:56 am

Posted in Neighbours Matters

การเยือนเอเชียของโป๊ป

leave a comment »

2 Pope Francisสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส พระสังฆราชแห่งกรุงโรม ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 14-18 สิงหาคมที่ผ่านมา

นี่คือไฮไลต์ของการเยือนเอเชียเป็นครั้งแรกของพระสันตะปาปา

การเติบโตของคาทอลิก – เอเชียกลายเป็นประเด็นสำคัญของวาติกัน เนื่องจากมันเป็นบ้านของชาวคาทอลิกมากกว่า 131 ล้านคน (ประมาณ 5 ล้านคนในเกาหลีใต้) และตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พระสันตะปาปาจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนเอเชียอีกครั้งในเดือนมกราคม โดยมีจุดหมายที่ศรีลังกาและฟิลิปปินส์

จีน – พระสันตะปาปาฟรังซิสคือพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่เดินทางผ่านน่านฟ้าของจีน

ณ เวลานี้ วาติกันและปักกิ่งยังไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ แต่ระหว่างการเดินทาง พระองค์ก็ส่งข้อความแสดงไมตรีจิตถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และตรัสกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่าพระองค์หวังว่าจะได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนในเร็ววัน

อิรัก – ในระหว่างเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงโรม พระสันตะปาปาทรงสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านกองกำลัง ISIS ขององค์การสหประชาชาติ พระองค์ตรัสว่าพระองค์ต้องการเสด็จพระราชดำเนินเยือนอิรัก “แต่ ณ เวลานี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำ”

IMAGE ปีที่ 27 ฉบับที่ 11 (พฤศจิกายน 2557)

Written by ksamphan

December 11, 2014 at 8:53 am

Posted in Neighbours Matters