K. Samphan

อับราฮัม ลินคอร์น

leave a comment »

บ่ายวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 1863  สี่เดือนครึ่งหลังจากกองกำลังของฝ่ายเหนือเอาชนะกองกำลังของฝ่ายใต้ได้ที่เมืองเกตตีสเบิร์ก อันเป็นการรบที่มีทหารเสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งในสงครามกลางเมืองอเมริกา  อับราฮัม ลินคอร์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สุสานแห่งชาติในเมืองเกตตีสเบิร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย  ใจความหลักของสุนทรพจน์ (ความยาว 2 นาที) ครั้งนี้คือ หนึ่ง ปกป้องการทำงานของรัฐบาล  สอง อธิบายว่าเหตุใดสงครามอันโหดร้ายจำเป็นต้องดำเนินต่อไป  และสาม ด้วยเหตุดังกล่าว “…รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จะไม่มีวันเลือนหายไปจากโลก”

สุนทรพจน์ที่เกตตีสเบิร์กกลายเป็นต้นแบบของการทำหน้าที่ของประเทศชาติ และแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านวาทศิลป์ของลินคอร์น ซึ่งถือเป็นใบเบิกทางที่สำคัญสำหรับเส้นทางสายการเมืองของเขา

อับราฮัม ลินคอร์น (Abraham Lincoln) เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1809 ในกระท่อมไม้ซุง  เพราะความยากจน ลินคอร์นจึงได้รับการศึกษาอย่างเป็นทางการเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น โดยเขาขวนขวายศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการมุมานะอ่านหนังสืออย่างจริงจังในระหว่างการทำงานหลากหลายอาชีพเพื่อหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว

ลินคอร์นเริ่มต้นเส้นทางสายการเมืองเมื่อเขาอายุได้ 23 ปี (ปี 1832) โดยเริ่มจากความล้มเหลวในการลงสมัครเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐอิลลินอยส์ ก่อนจะได้รับการเลือกตั้งในอีก 2 ปีต่อมา  หลังจากนั้นเขาตัดสินใจประกอบอาชีพทนายความ โดยศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในฐานะทนายความมือดี และอาจเป็นการปูทางไปสู่การได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐอิลลินอยส์ 4 สมัย  ในปี 1837 เขาและนักการเมืองอีกจำนวนหนึ่งประกาศว่าระบบทาส “มีรากฐานมาจากความอยุติธรรมและนโยบายที่ใช้ไม่ได้” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เขาแสดงการต่อต้านระบบทาสอย่างเป็นทางการ

ลินคอร์นได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาในปี 1846 ในนามของพรรควิก และเป็นผู้สนับสนุน ซาคารี เทย์เลอร์ ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 1848 ซึ่งช่วยให้เทเลอร์ได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 12 ของสหรัฐอเมริกา  แต่ภายหลังการเลือกตั้ง ลินคอร์นไม่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานที่ดินส่วนกลางตามที่เขาต้องการ แต่กลับถูกเสนอให้เป็นผู้ว่าการรัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคเดโมแครต และเท่ากับเป็นการดับอนาคตของนักการเมืองจากพรรควิกโดยปริยาย ลินคอร์นจึงไม่รับตำแหน่งใดๆ และย้ายกลับไปอาศัยอยู่ที่เมืองสปริงฟิลด์ รัฐอิลลินอยส์

ลินคอร์นประกอบอาชีพทนายความอยู่นานถึง 16 ปี ก่อนจะหวนคืนสู่แวดวงการเมืองอีกครั้งในปี 1854 โดยเขาออกมาคัดค้านร่างกฎหมายแคนซัส-เนบราสกา (1854) ที่สนับสนุนระบบทาส ซึ่งเสนอโดย สตีเฟน เอ. ดักลาส วุฒิสมาชิกจากรัฐอิลลินอยส์  ร่างกฎหมายฉบับนี้สร้างรอยร้าวอันยากจะประสานขึ้นในพรรควิก ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว  ลินคอร์นเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในพรรควิกและนักการเมืองจากพรรคอื่นมารวมตัวกันเป็นพรรคใหม่ นั่นคือ พรรครีพับลิกัน

ในปี 1858 ลินคอร์นได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกจากรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเขาต้องปะทะคารมกับดักลาส (คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต) ถึง 7 ครั้งก่อนการเลือกตั้ง และการโต้วาทีกันในครั้งนั้นก็กลายเป็นการโต้วาทีทางการเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ว่าลินคอร์นจะแพ้การเลือกตั้ง แต่ความสามารถที่เขาได้แสดงให้สาธารณชนเห็นในระหว่างการหาเสียง ก็ทำให้เขากลายเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในระดับชาติ และหลังจากการปราศรัยที่สหภาพแรงงานช่างทำถังไม้ในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1860 เขาก็กลายเป็นสมาชิกแถวหน้าของพรรค ก่อนจะเป็นตัวแทนของพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาต่อมา

ลินคอร์นได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 1860 เขาคือประธานาธิบดีคนแรกของพรรครีพับลิกัน โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนมีนาคม 1861  ในขณะดำรงตำแหน่ง เขาต้องรับมือกับวิกฤตอันหนักหน่วงรุนแรงที่สุดของสหรัฐอเมริกา นั่นคือ สงครามกลางเมือง การผสานความแตกแยกของคนในชาติ และการยุติระบบทาส ภารกิจซึ่งทำให้เขาได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

ภารกิจของเขาในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีส่วนใหญ่คือการต่อสู้กับการแยกตัวของสมาพันธรัฐอเมริกา (Confederate States of America) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของรัฐทางใต้ 11 รัฐที่ต้องการคงระบบทาสเอาไว้ อันนำไปสู่สงครามกลางเมืองอเมริกัน (1861-1865)  เพื่อการนี้ ลินคอร์นต้องใช้ทุกวิถีทาง รวมถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าอยู่ในฝ่ายแยกตัวโดยไม่มีหมายจับหลายพันคน เขาเป็นผู้เสนอมาตรการที่นำไปสู่การยุติระบบทาส เป็นผู้ออกแถลงการณ์ปลดปล่อยทาส (Emancipation Proclamation) รวมทั้งเป็นผู้ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการยุติระบบทาสอย่างเป็นทางการ

วันที่ 14 เมษายน 1865  หกวันหลังจากการประกาศยอมแพ้ของกองกำลังฝ่ายสมาพันธรัฐ ลินคอร์นถูกลอบสังหารโดยสายลับของฝ่ายสมาพันธรัฐที่โรงละครฟอร์ดส์ ขณะกำลังชมละครเรื่อง Our American Cousin

About these ads

Written by ksamphan

January 24, 2012 at 4:25 am

Posted in อื่นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: